ตํานานวันคริสต์มาส

          ตํานานวันคริสต์มาส ในสมัยโบราณนั้นมีการจัดเทศกาลวันคริสต์มาสกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ 330 ซึ่งในตอนนั้นมีการเรียกเทศกาลนี้ว่า Christmas maesse ด้วยความหมายของคำคำนี้ก็คือ การบูชาพระคริสตเจ้า  ภายหลังนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงเหลือเพียงแค่คำว่าคริสต์มาสเพียงอย่างเดียวเพียงเท่านั้น

             สำหรับเทศกาลวันคริสต์มาสนั้นตามปฏิทินสากลแล้วจะระบุว่าจะเป็นวันที่ 25 เดือนธันวาคมของทุกปีซึ่งในวันดังกล่าวนั้นประชาชนจะพากันจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองทุกคนในครอบครัวจะมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านเมื่อทานอาหารร่วมกันซึ่งเงินดังกล่าวนั้นตรงกับวันคล้ายวันเกิดของพระเยซูซึ่งพระองค์นั้นก็คือพระศาสดาของศาสนาคริสต์นั่นเอง

         เจอว่าหลายคนคงรู้จักพระเยซูกันเป็นอย่างดีเพราะ ตํานานวันคริสต์มาส โดยปกติแล้วจะมีการให้เด็กนักเรียนนั้นได้มีการศึกษาข้อมูลคร่าวๆเกี่ยวกับหลักธรรมทางศาสนาโดยศาสนาที่เด็กนักเรียนไปศึกษานั้นไม่ใช่เป็นแค่ศาสนาพุทธเป็นอย่างเดียวเท่านั้นเพราะปัจจุบันนี้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย

             แต่ก็มีคนไทยหลายคนที่หันไปนับถือศาสนาคริสต์หรือแม้แต่นับถือศาสนาอิสลามก็ตามดังนั้นในการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการจึงได้มีการนำข้อมูลของศาสนาต่างๆที่มีการระบุว่าใครเป็นศาสดาของศาสนานั้นๆมาให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้เอาไว้

        แน่นอนว่าศาสนาคริสต์คือหนึ่งในศาสนาที่เด็กทุกคนนั้นจะต้องทำความรู้จักข้อมูลแบบคร่าวๆซึ่งเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าพระเยซูนั้นเกิดขึ้นมาจากพระแม่มารีอาซึ่งพระเยซูนั้นไม่มีพ่อโดยพระแม่มารีอานั้นตั้งครรภ์ขึ้นมาเองโดยที่ไม่ได้ผ่านการมีสามีหลังจากนั้นก็คลอดพระเยซูมาในวันที่ 25 เดือนธันวาคม

             ดังนั้นในวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีประชาชนที่นับถือศาสนาคริสต์จึงได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นมาและยังมีการทำพิธีเพื่อระลึกถึงพระศาสดาของศาสนาคริสต์คือพระเยซูนั่นเองโดยการเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาสนั้นมีขึ้นมาตั้งแต่ปี  ค.ศ.  64-313แต่เป็นการแอบจัดการเฉลิมฉลองเพียงเท่านั้นซึ่งในตอนนั้นมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของ วันดังกล่าวนั้นเป็นการจัดงานเฉลิมฉลองให้กับวันเกิดของสุริยะเทพนั้นเอง

            แต่เนื่องจากว่าคนที่นับถือศาสนาคริสต์ที่อยู่ในอาณาจักรโรมันนั้นไม่ค่อยนับถือสักเท่าไหร่พวกเขาจึงได้มีการเปลี่ยนวันดังกล่าวแทนที่จะเป็นการจัดงานวันเกิดให้กับพระสุริยะเทพก็มาเป็นการจัดงานเฉลิมฉลองวันเกิดให้กับพระเยซูแทนนั้นเองเนื่องจากว่าพวกเขาให้ความเคารพนับถือพระเยซูว่าเป็นเหมือนกับแสงสว่างของโลกมนุษย์นั่นเอง

             และพอ ปี ค..ศ 330 ก็มีการจัดการเฉลิมฉลองอย่างแพร่หลายและเปิดเผยให้คนทั้งโลกได้รู้จักงานดังกล่าวและหลังจากนั้นทุกวันที่ 25 ของทุกปีประชาชนทั่วโลกจึงได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาสกันนั้นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufabetฝ่ายบริการ