ของฝากน่าซื้อเมื่อมาเที่ยวที่เกียวโตประเทศญี่ปุ่น

ของฝากประเทศญี่ปุ่น สำหรับใครที่เคยไปเที่ยวโอซาก้าแล้วนั้น เชื่อว่าส่วนมากมักจะไปเที่ยวที่เมืองใกล้ๆกันอย่างเมืองเกียวโตกันใช่มั้ยคะ เมืองเกียวโตนั้นถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ และยังเป็นเมืองที่มีของฝากและของที่ระลึกหลากหลายประเภทให้จับจ่ายเลือกซื้อช้อปปิ้งกันได้แบบสนุกๆเพลินๆอีกด้วย ทั้งของคาวของหวานมากมาย หรือแม้แต่ของกิ๊บเก๋สารพัดก็มีเหมือนกันค่ะ ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำของฝากต่างๆน่าซื้อเมื่อมาเที่ยวที่เกียวโตค่ะ

  1. มาเมะซาระ (Mamesara) คือ จานใบเล็ก นั้นเองค่ะ โดยคำว่า มาเมะ แปลว่า เมล็ดถั่ว ส่วนคำว่า ซาระ ก็แปลว่า จาน เมื่อนำมารวมกันเลยสื่อความหมายได้ว่าจานใบเล็กนั้นเองค่ะ เป็นจานที่นิยมเอาไว้เสิร์ฟอาหารดั้งเดิมของเกียวโตอย่าง โอบันไซ ค่ะ เนื่องจากมาเมะซาระมีขนาดที่เล็ก พกพาง่าย และลวดลายสวยงามน่ารัก จึงเป็นที่นิยมซื้อกลับไปเป็นของฝากกันค่ะ
  2. กระดาษซับมันโยจิยะ (Yojiya Oil-Blotting Sheets) ถึงแม้ว่าเกียวโตจะมีสินค้าเกี่ยวกับความสวยความงามเยอะ แต่คงจะไม่มีอะไรโด่งดังเท่า กระดาษซับมันของโยจิยะ ที่เป็นรูปผู้หญิงแต่งหน้าเกอิชาอีกแล้วล่ะค่ะ เป็นสินค้าที่ขายดีมากและได้รับการรีวิวเยอะมากด้วยเหมือนกันค่ะ นักท่องเที่ยวสาวๆที่มาเกียวโตจึงไม่พลาดที่จะซื้อกระดาษซับมันโยจิยะกลับไปเป็นของฝากแน่นอนค่ะ
  3. น้ำมันดอกซึบากิและหวีไม้ (Tsubaki Oil &Wooden Comb) อีกหนึ่งสินค้าน่าซื้อกลับไปฝากจากเกียวโต ซึ่งน้ำมันดอกซึบากินนั้นจะช่วยให้ผมมีความเงางามไม่ขาดหลุดร่วงนั้นเองค่ะ ให้ใช้คู่กับหวีไม้ เพราะเวลาหวีผมแล้วจะลดไฟฟ้าสถิตที่อาจจะเกิดขึ้นและเป็นสาเหตุทำให้ผมแตกปลายค่ะ
  4. ชาเขียว (Matcha) ที่เมืองเกียวโตนั้นเป็นภูมิภาคที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปลูกชาเขียวอย่างมาก โดยเฉพาะ “อุจิมัทฉะ” ค่ะ เป็นของฝากที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวที่เกียวโตโดยเด็ดขาดค่ะ ระหว่างที่เที่ยวในเมืองเกียวโตก็ลองหาสินค้าชาเขียวต่างๆมาลองทานดูนะคะ อย่างการดื่มชาเขียว หรือ ทานไอศกรีม คุณจะได้ลิ้มรสชาเขียวแบบขนานแท้เลยล่ะค่ะ
  5. นามะ ยัตซึฮาชิ (Nama Yatsuhashi) ขนมที่เป็นหนึ่งในของฝากที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมจากเกียวโต เป็นขนมหวานรูปทรงสามเหลี่ยมที่ทำจากแป้งโดว์คล้ายๆกับแป้งโมจิมีสัมผัสนุ่มๆ นำมาห่อด้วยไส้ถั่วแดงกวนรสหอมหวาน มีหลากหลายรสชาติให้เลือกทั้ง ไส้ถั่วแดง ไส้ชาเขียว ไส้สตรอว์เบอร์รี ไส้กล้วย และไส้ช็อกโกแลตค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

งานศิลปะที่ขาดคนดู

งานศิลปะที่ขาดคนดู ตอนนี้นั้นเชื่อว่ายังมีหลายๆคนที่ยังคงกลัวกับคำว่าศิลปะกลัวคำว่าวัฒนธรรมซึ่งคนทุกคนนั้นมีความรู้สึกว่า ที่นี่นั้นทุกอย่างมาจากภาษีของประชาชนเมื่อเรามีการจ่ายภาษีไปแล้วนั้นทุกอย่างมันเป็นสิทธิ์ของเราในการที่จะเป็นประชาชนชาวไทยด้วยและการเข้ามาในหอศิลป์หรือสถานที่ที่มีการจัดแสดงงานศิลปะนั้นก็เป็นสิทย์สำหรับทุกคนเช่นกัน และสำหรับหลายๆคนการดูงานศิลปะนั้นอาจจะไม่มีความสำคัญและไม่มีคุณค่าสำหรับชีวิตพวกเขา

โดยส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้นเน้นการสร้างศิลปินเป็นหลัก เน้นการเรียนรู้และการฝึกทักษาะทางด้านต่างๆที่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ศิลปะแต่ไม่มีการเน้นการสร้างคนดูหรือผู้ชมที่จะสามารถดูงานศิลปะได้อย่างเข้าใจนั่นเอง งประเทศไทยนั้นยังไม่ได้มีการเน้นในส่วนนี้โดยในต่างประเทศนั้นนอกจากจะมีการสร้างและฝึกทักษาะการเรียนรู้ศิลปะในคนทั่วไปแล้วยังมีการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับศิลปะไปด้วยเพื่อให้ทุกคนเข้าใจและสามารถที่จะชมศิลปะของศิลปินได้อย่างเข้าใจนั่นเอง ซึ่งถือว่านอกจากจะเป็นการสนับสนุนในส่วนของศิลปินแล้วนั้นยังเป็นการสนนันสนุนให้คนทั่วไปรู้และเข้าใจในงานศิลปะต่างๆและพร้อมที่จะเปิดใจกับการชมงานศิลปะด้วย 

ซึ่งจะสังเกตได้จากการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับศิลปะในต่างประเทศนั้นถือเป็นสถานที่ที่มีความนิยมของคนพื้นที่ในการเข้าชมนอกจากชาวต่างชาติด้วยนั่นเอง เพราะว่าในต่างชาติมำการปลูกฝังให้เข้าใจอย่างศิลปะนั่นเอง ซึ่งแตกต่างจากประเทศบ้านเราอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้จะมีกการเรียนการสอนและการทำความเข้สใจในเรื่องศิลปะแต่ยังไม่ได้การปลูกฝังในการดูงานศิลปะอย่างจริงจัง สามารถสังเกตได้จากการจัดนิทรรศการงานศิลปะต่างๆ พบว่าในประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการให้ความสนใจในเรื่องศิลปะที่น้อยมาก มีเพียงเฉพาะกลุ่มคนเท่านั้นที่จะดูและสามารถเข้าใจในงานศิลปะเหล่านั้นได้

ดังนั้นแล้วถ้าหากประเทศไทยยังคงมีแต่การพัฒนาและส่งเสรอมเพียงการสร้างงานศิลปะแต่ไม่มีการส่งเสริมหรือให้คนทั่วไปฝึกที่จะเข้าใจในงาศิลปะนั้นอนาคตก็จะยิ่งมีแต่ศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาจำนวนมากมายแต่ขาดผู้ชมที่เข้าใจนั่นเอง เราจึงส่งเสริมทั้งสองด้านไปพร้อมๆกันไปในทิศทางเดียวกัน เพราะทั้งสองสิ่งนี้จะสามารถช่วยทำให้มีทั้งผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะออกมาเพื่อให้ผู้ชมที่เข้าใจในงานศิลปะนั้นชมไม่ใช่การสร้างสรรค์ออกมาโดยไม่รู้ว่าจะมีผู้ชมหรือเปล่านั่นเอง และเชื่ออย่างยิ่งว่าถ้าหากสองสิ่งนี้นั้นดำเนินไปในทางเดียวกันประเทศไทยจะมีการพัฒนาด้านศิลปะยิ่งขึ้นไปและสามารถเทียบเคียงกับต่างชาติได้เลยทีเดียว

 

 

 

ขอขอบคุณ  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท  ที่ให้การสนับสนุน

ผีจากหนองน้ำ

ผีจากหนองน้ำ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับยายของฉันเล่าให้ฉันฟังว่า 30 ปีที่แล้วตอนนั้นฉันกำลังวัยรุ่นอยู่อายุประมาณ 16 ปีซึ่งตอนวันหนึ่งในเดือนตุลาคมยายของฉันต้องการที่จะไปตกปลาซึ่งปกติยายเป็นคนที่ขี้เกียจมากๆและพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านเยอะมากแต่วันนี้ยายของฉันยังยืนยันที่จะออกไปตกปลาให้ได้ซึ่งหลังจากนั้นยายก็รีบออกไปที่หนองน้ำในหมู่บ้านซึ่งอยู่ตรงซอย 12 ที่จังหวัดชุมพรเสื้อจากนั้นยายเดินไปประมาณครึ่งกิโลแล้ว

ก็ไปเจอกับน้องน้ำตรงนั้นซึ่งตอนนั้นยายไปตอนเที่ยงแต่พอ 4 โมงแล้วยายก็ยังไม่กลับมาสักทีซึ่งแม่ของเราก็เริ่มแปลกใจว่าทำไมยังไม่กลับรออีกชั่วโมงนึงยายก็กลับมาแต่ดันไปนอนอยู่บนแคร่ของบ้านญาติของแม่ซะงั้นซึ่งหลังจากนั้นตอน 18:00 นยายก็เดินกลับมาบ้านโดยที่ไม่พูดกับใครหน้าตาเหมือนลอยเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วก็ห่มผ้าห่มมิดชิดผ่านไปประมาณ 15 นาทียายก็ลุกขึ้นมาใหม่แล้วหลังจากนั้นยายก็ขว้างผ้าห่มทิ้ง และบอกว่าบ้านนี้มันร้อนไม่หิวนะเว้ยหลังจากนั้นยายก็ไปนั่งอยู่ที่แคร่หน้าบ้านจะออกไปนอกบ้านก็บ่นว่าหนาว

หลังจากนั้นเราก็ออกไปถามยายว่าเป็นอะไรมากป่าวเนี่ยป่วยเป็นไข้หรออยู่ๆยายก็บอกว่าหนาวแล้วก็หิวด้วยทำไมลูกหลานถึงอกตัญญูแล้วเนี่ยคุณขนาดนี้ไม่เคยทำบุญให้หรือไม่เคยเซ่นไหว้อาหารให้กินเลยเรางงมากและหลังจากนั้นแม่ของเราก็ไปตามตาของเรามานั้นตาของเราไปคุยกับแม่ของเราและกระซิบว่าให้ไปนำพูดมากระซิบเอาแค่ไหนแต่ยายของฉันได้ยินและตะโกนทันทีว่าไม่ต้องเอารูปมาหรอกไม่ต้องการไม่จำเป็น

ซึ่งหลังจากนั้นตาก็ตะโกนกลับไปว่าแกมาจากไหนหลังจากนั้นยายก็ตะโกนตอบกลับไปอีกว่ามาจากสระน้ำยมทูตท่านปล่อยมาในเดือน 10 นี้แหละช่วงตุลาคมฉันก็เลยมาอยู่ที่สระน้ำแห่งนี้แต่ก็ไม่มีลูกหลานคนไหนทำบุญให้เลยซึ่งหลังจากนั้นยายคนนั้นก็ตอบว่าแกชื่อแจ่มหลังจากนั้นแม่ของฉันก็ไปตามหมอผีที่โด่งดังมากในหมู่บ้านมาพ่อหมอผีขับรถมาถึงหน้าบ้านวิญญาณร้ายที่สิงอยู่ในรากของคุณยายก็ออกจากร่างไปทันที

ก่อนที่หมอผีจะทำอะไรคุณยายก็ตื่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวและหลังจากนั้นก็มีอาการเหมือนคนที่เพิ่งเป็นลมวันต่อมาเราก็เล่าเรื่องราวให้ยายฟังว่าเกิดอะไรขึ้นยายบอกว่ายังไม่รู้ตัวเลยและยายตัวมากจึงชวนให้เราไปทำบุญให้ยายแจ่มและฉันว่าให้ยายแจ่มทุกปีเพื่อที่ยายแจ่มจะได้ไม่มาตามหลอกหลอนและมีชีวิตที่สุขสบายแล้วจะได้ไม่ไปทำอย่างนี้กับใครคนอื่นอีก

พอเรามาถึงตรงนี้ฉันกลัวมากและไม่เคยรู้เลยว่ามีเรื่องอย่างนี้จริงๆซึ่งหลังจากที่มีเรื่องนี้จะคูณของเราก็ทำบุญให้ยายแจ่มมาตลอดจนถึงสมัยของลูกของฉันและก็ทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆตลอดมา

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ5บาท

องค์หญิงในชุดสีชมพูกับความรักที่ไม่สมวัง

องค์หญิงในชุดสีชมพู จริงๆแล้วเลดี้สีชมพู เป็นเจ้าหญิงหนึ่งซึ่งมีหน้าตาที่สวยและนำเด้อหลงรักกับชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งลูกชายหนุ่มคนนั้นก็ตกลงรักนางเช่นกันทั้งสองต้องการที่จะแต่งงานด้วยกันแต่หลังจากที่เอาเรื่องความรักทั้งสองไม่บอกกับครอบครัวของตนเองทั้งครอบครัวขององค์หญิงต่างไม่พอใจและสั่งเนรเทศชายสามัญชนคนนั้น พระองค์ราชาองค์ราชินีหรือพ่อแม่ขององค์หญิงต่างหวังที่จะให้องค์หญิงลืมชายสามัญชนคนนั้นและแต่งงานกับองค์ชายคนอื่นแทนแต่ยิ่งเวลาผ่านไปองค์หญิงก็มีแต่ความเศร้าโศกไม่เป็นอันกินอันนอนหลังจากนั้นนางก็เป็นคนที่เงียบขรึมและไม่ยอมคุยกับใครแนะนำยังยืนกรานว่าจะไม่มีวันที่จะแต่งงานกับใครนอกจากชายคนนั้น

หลังจากนั้นพ่อขององค์หญิงจอมราชาจะได้บอกกับลูกสาวของตนว่าสายลับที่คอยเฝ้าติดตามชายคนนั้นอยู่ห่างๆได้เห็นว่าชายคนนั้นแต่งงานมีลูกมีเมียกับหญิงสาวต่างแดนแล้วทำให้องค์หญิงเสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากองค์ราชาไม่ต้องการให้องค์หญิงเอาแต่เฝ้าร้องไห้และคิดถึงชายคนนั้นองค์ราชาจึงสั่งให้ช่างเย็บผ้าที่ดีที่สุดของประเทศสร้างภาพที่ดีที่สุดจากเนื้อผ้าที่ดีที่สุดให้กับองค์หญิงและสร้างเครื่องประดับที่ดีที่สุด

ให้กับองค์หญิงโดยทุกอย่างที่ให้นางจะเป็นสีชมพูเนื่องจากเธอเป็นคนที่รักสีชมพูมากดังนั้นเพื่อบรรเทาความโศกเศร้าของลูกสาวเขาจะพยายามทำให้เธอมีความสุขกับสิ่งของที่เขาให้ลูกสาวตนเอง แต่การที่ให้ชุดสีชมพูกับเธอนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้ความโศกเศร้าของเธอบรรเทาลงไปเลยเพราะหลังจากที่เธอใส่ชุดสีชมพูเธอได้เดินไปที่สวนที่สูงที่สุดของปราสาทที่อยู่ใกล้กับทะเลและหลังจากนั้นเธอก็กระโดดฆ่าตัวตายลงมาชนรถหินเสียชีวิตอยู่แถวๆนั้นเนื่องจากเสียใจที่คนที่เธอรักแต่งงานกับหญิงสาวคนอื่น

ซึ่งในตอนนั้นองค์ราชาเสียใจมากกับสิ่งที่เขาทำลงไปเพียงแค่เขาต้องการให้ลูกลืมชายคนนั้นจึงได้โกหกว่าชายคนนั้นมีหญิงอื่นและมีลูกสาวไปแล้วแต่เขากลับไม่รู้ว่าลูกสาวของตัวเองรักชายคนนั้นยิ่งกว่าชีวิตของตนเองหลังจากที่รู้เรื่องที่เขาแต่งงานใหม่เธอจึงใจสลายและคิดที่จะฆ่าตัวตายเพียงเพราะคำโกหกและความไม่ยินยอมที่จะให้องค์หญิงแต่งงานกับคนที่รักทำให้องค์หญิงถึงกับฆ่าตัวตายองค์ราชาเสียใจมากและยกเลิกการในประเทศของชายคนนั้นให้กลับมาได้เนื่องจากถึงแม้ว่าเขาจะกลับมาแล้วองค์หญิงก็คงไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเขาได้อีกต่อไปและหลังจากที่ชายคนนั้น

ได้รู้เรื่องว่าองค์หญิงที่เสียชีวิตแล้วเขาเสียใจจนแทบน้ำตาจะไหลออกมาเป็นเลือดซึ่งความจริงแล้วชายคนนี้ก็ยังไม่ได้แต่งงานมัวแต่เฝ้ารอวันที่เขาจะได้กลับไปหาองค์หญิงอีกครั้ง หลังจากนั้นทุกๆ 7 ปีวิญญาณขององค์หญิงจะสวมชุดสีชมพูส่องประกายระยิบระยับเดินไปมาที่พระราชวังด้วยจิตใจที่มือลอยหลังจากนั้นฉันจึงเดินไปที่สวนเดิมอีกครั้งและก็กระโดดลงมาตายแบบถ้าเดิมจะทำอย่างนั้นเหมือนเดิมซ้ำๆทุกๆ 7 ปี

เธอมาที่นี่มองดูทะเลเพื่อเฝ้ารอวันที่ชายคนที่เธอรักจะกลับมาหาเธออีกครั้งรอวันที่ การเนรเทศจะถูกยกเลิกรางวัลที่เธอจะสามารถได้ใช้ชีวิตกับเขาใหม่อีกครั้ง ซึ่งในประวัติศาสตร์ยังได้กล่าวไว้อีกว่าองค์หญิงจะมาเข้าอย่างนี้ทุกๆ 7 ปีและวิญญาณของเธอก็ไม่เคยหายไปเอาแต่เฝ้ารอชายคนนั้นถึงแม้ชายคนนั้นจะเสียชีวิตแต่เธอกลับไม่รู้และยังเฝ้ารอเขาอย่างนี้ตลอดเวลา 

 

 

สนับสนุนโดย  holiday palace ฟรีเครดิต