ประเพณีขอฟ้าขอฝน

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ทำเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ประเทศไทยจึงผูกพันธ์กับเรื่องธรรมชาติ ดิน ฟ้า อากาศ เพราะชาวนาชาวไร่เองก็ต้องอาศัยปัจจัยที่มาจากธรรมเป็นตัวช่วยให้ผลผลิตออกได้อย่างเต็ม ดังนั้นจึงมีความเชื่อต่างๆมากมายเกี่ยวกรขอขมาการขอฟ้าขอฝนเกิดขึ้น

ในทางภาคอีสานนั้นในช่วงเดือนที่แล้งจัดๆ และด้วยอากาศที่ร้อนทำให้เกิดพิธีการเรียกฟ้าเรียกฝนเกิดขึ้น

และประเพณีที่เราพอจะคุ้นเคยกันอยู่บ้างนั้นก็คือ ประเพณีแห่บั้งไฟพญานาค เป็นประเพณีที่จัดต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน โดยประเพณีนี้จะจัดขึ้นในช่วงเดือน 6 หรือย่างเข้าสู่ฤดูฝน เป็นต้น เพราะช่วงนี้จะมีอากาศที่ร้อนและแล้งฝน จึงได้ทำการแห่บั้งไฟเพื่อเรียกฝนจาดพญาแถน ตามตำนานเล่าว่าในสมัยอดีตกาลนั้นพญาแถนเป็นผู้ที่คอยมีหน้าที่ดูแลเรื่องฟ้าเรื่องฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล เนื่องจากชาวบ้านนั้นมีความเชื่อว่าโลกมนุษย์ของเรานั้นอยุ่ภายใต้การดูแลปกป้องจากเทวดาหากฝนฟ้าไม่ต้องต้องตามฤดูกาล จึงจำเป็นต้องทำพิธีการบูชาเพื่อให้ให้เทพเทวดาเกิดความพึ่งพอใจแล้วจึงจะประธานฟ้าฝนมาให้

มีความเชื่อว่าหากเรานำแมวเพศเมียมาแห่แล้วก็สามารถทำให้ฟ้าฝนตกมา

ความเชื่อการแห่นางแมวนี้เป็นความเชื่อที่เชื่อถือกันทั่วประเทศและจะนิยมแห่กันในปีที่ฝนฟ้าเกิดการแล้งไม่ตกต้องตามฤดูกาล มีความเชื่ออยู่ว่าที่ฝนฟ้านั้นไม่ตกต้องฤดูกาลนั้นเกิดจาก ฟ้าดินเปลี่ยนแปลง ชาวเมืองไม่อยู่ในศีลในธรรม หรือเจ้าที่ครองเมืองไม่อยู่ในทศพิธราชธรรม เป็นต้น เหตุนี้ชาวบ้านจึงต้องทำพิธีกรรมเหล่านี้มาเพื่อเป็นการแก้เคล็ด เพราะว่ากันว่าแมวเป็นสัตว์ที่เกลียดน้ำเกลียดฝน

เพราะถ้าฝนฟ้าตกเมื่อใดแมวจะร้องทันที ชาวบ้านจึงได้เอาแมวมาทำพิธีแก้เคล็ด เพราะว่าหากแมวร้องขึ้นมาเมื่อใดฝนจะตก ชาวบ้านจึงได้ทำแมวมาแห่และสาดน้ำใส่แมว เพื่อให้แมวร้องแล้วฝนฟ้าจะได้ตกขึ้นมาจริงๆ และยิ่งหากแมวร้องมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นผลดีมากเท่านั้น เหมือนเป็นการให้แมวอ้อนวอนต่อฟ้าดินให้ส่งฝนตกลงมายังโลกของเรา โดยลักษณะของแมวที่นำมาใช้ ต้องเป็นแมวเพศเมีย มีขนสีดำทั้งตัว 

ประเพณีแห่นางแมวนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันแล้วเนื่องจากเป็นการทารุณกรรมสัตว์ เพราะหากโดนน้ำมากๆอาจจะทำให้มันตายได้ อีกอย่างถือว่าเป็นการทรมานแมวเป็นอย่างมาก เพราะแมวต้องถูกจับขังใส่กรงและถูกคนแห่ไปเรื่อยๆ แถมยังโดนน้ำสาดอีก ด้วยความสงสารหรือเหตุใดก็แล้วแต่ถือว่าพิธีกรรมนี้ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำสัตว์มาทรมาน

เพราะหากเป็นเราที่โดนจับขังแล้วมีคนมาสาดน้ำใส่เราก็คงทรมานเช่นกัน อีกอย่างในสมัยเรานั้นมีกาศพยากรณ์อากาศที่แม่นยำแล้ว การแห่นางแมวจึงไม่จำเป็นต่อไปคงเหลือเอาไว้เป็นเพียงเรื่องเล่าให้ลูกให้หลานฟัง

 

ขอบคุณที่มาของ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

เที่ยวย่าน  GINZA กินซ่า ถนนสายไฮโซระดับตำนานของกรุงโตเกียว

กินซ่า ย่านหรูไฮโซ ไฮเอนด์ของเมืองโตเกียว

กินซ่าถือว่าเป็นถนนสายช้อปปิ้งที่หรูเริศ ฟู่ฟ่าติดอันดับท้อปของโลกย่านนึงเลย ค่าที่ดินอสังหาริมทรัพย์ก็แพงแบบสุดๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้แบรนด์ดังทั้งหลายย่อท้อแต่อย่างใด ต่าพากันมาจับจองพื้นที่เปิดช้อปกันอย่างเกรียวกราว ไม่ว่าจะเป็น Gucci, Hermes, Louis Vuitton, Dior และแบรนด์ระดับท็อปๆอื่นๆอีกมากมายนอกจากด้านช้อปปิ้งแล้ว ย่านนี้ยังมีชื่อเสียงที่โด่งดังอีกเรื่องคือเรื่องของขนมหวานด้วยส มีชื่อเรียกว่าถนนสายขนมหวาน ซึ่งมีทั้งขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่น โมจิ ไดฟุกุ โดะระยะกิ ขนมหวานตามฤดูกาลต่างๆ หรือจะเป็นขนมหวานสากลอย่าง ขนมเค้ก คุกกี้ วอฟเฟิล ช้อกโกแลต ก็น่ากินทั้งนั้น

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Chuo Dori

ถนนคนเดิน Chuo Dori ปิดการจราจรทุกวันเสาร์ บ่ายสองถึงห้าโมงเย็นและวันอาทิตย์เที่ยงตรงถึงห้าโมงเย็นหลังปิดถนนจะมีโต๊ะที่นั่งพร้อมผ้าใบมาตั้งตรงกลางให้ผู้คนที่เดินมาช้อปปิ้งเดินผ่านไปมาสามารถมานั่งพักเหนื่อย จิบกาแฟได้ ถนนเส้นนี้เป็นเส้นหลักที่ตัดผ่าน 8 บล๊อกของย่านกินซ่าบางครั้งคนญี่ปุ่นก็เรียกว่า Ginza Dori เป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญที่ทุกคนต้องมาเยือนยามเมื่อมาแถบกินซ่า บอกเลยว่าถ้าได้ช้อปละก็เดินเพลินจนปวดขาแน่นอน

Gabulicious

หลังจากเดินช้อปปิ้งจนเหนื่อยแล้วหากหิวอยากเติมพลังแนะนำร้านนี้ Gabulicious เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนกึ่งบาร์ ร้านนี้รสชาติเด็ดดวงมาก โดยเฉพาะพิซซ่าและไวน์ เป็นเมนูขึ้นชื่อของร้าน เคล้ากับบรรยากาศสลัวๆสไตล์บาร์ยุโรปได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าคุณเป็นขอไวน์แล้วล่ะก็ จิบไวน์เบาๆชิลๆในยามเย็น บอกเลยว่าเด็ดแน่นอน ราคาเฉลี่ยของอาหารส่วนมากจะชุดละไม่เกิน 1000 เยน อาหารอร่อยทั้งพิซซ่า สปาเก็ตตี้หอยเชลล์ผัดซอสคาร์โบนาร่า จุดเด่นคือเส้นสปาเก็ตตี้ที่เหนียวนุ่ม รสชาติหอมมัน

Ginza Akebono

ร้านขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมในย่านกินซ่าที่คนญี่ปุ่นมักเรียกว่า วากาชิ เป็นร้านขนมเก่าแก่รสชาติไม่ต้องบอกว่าอร่อยขนาดไหนเมนูเด็ดดั้งเดิมคือ ไดฟูกุ ไส้ถั่วแดงสตอว์เบอร์รี่สดขายเฉพาะฤดูกาลหน้าสตอร์เบอร์รี่เท่านั้นหรือ Dorayaki ไส้ถั่วแดงกวนก็หวานอร่อยเช่นกัน

เที่ยวเมืองไดคังยะมะ

เมืองไดคังยะมะ เมืองที่ห่างจากชิบุยะแค่เพียงสามนาที

แต่ว่าชีวิตความเป็นอยู่ต่างกันลิบลับ ที่เมืองไดคังยะมะแห่งนี้ค่อนข้างเงียบสงบ เรียบง่าย ต่างจากชิบุยะที่ผู้คนวุ่นวาย พลุกพล่าน เดินเข้าออกสถานีรถไฟชิบุยะกันเป็นว่าเล่น เมืองไดคังยะมะมีลักษณะคล้ายเขาวงกตมีเสน่ห์ดึงดูด เพราะมีตรอกซอกซอยเยอะ ชวนให้หลงทางเอาได้ง่ายๆเหมือนเขาวงกต สถานที่ รวมถึงบ้านช่องต่างๆของไดคังยะมะจะออกแนว มินิมอล เรียบหรู ดูดี เก๋ไก๋ อาจจะเป็นเพราะพื้นที่แถวนี้มีชาวต่างชาติและคนญี่ปุ่นฐานะอาศัยอยู่เยอะ และอาจจะเป็นเพราะมีสถานฑูตอยู่มาก ร้านค้าส่วนใหญ่จะเป็นการออกแบบตกแต่งสไตล์เรียบง่าย มินิมอล กลมกลืน และยังมีพวกร้านคาเฟ่ชิคๆอีกมากมายในย่านนี้ ถ้าคุณเป็นคนชอบความเรียบง่าย จะหลงเสน่ห์เมืองไดคังยะมะแน่นอน

Sarugaku

เป็นโครงการชิ้นเอกของสถาปนิกหนุ่มที่ชื่อว่า Akihisa Hirata โดยเป็นการนำไอเดีย การออกแบบคล้ายภูเขามาใช้ นั่นคือสร้างบ้านเรือนอาคารต่างๆให้มีความสูงลดหลั่นกันเหมือนภูเขาและใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เป็ฯการใช้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด ซึ่งมีทั้งร้านขายของ ร้านอาหาร และคาเฟ่

อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจคือ Daikanyama T-Site เป็นโครงการที่เหมือนยกเมืองมาไว้ในที่นี่ เพราะในโครงการนี้มีร้านหนังสือ ซีดีเพลง โรงภาพยนตร์ คาเฟ่ ร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งร้านขายกล้อง ขายจักรยาน อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ก็มีครบครันในพื้นที่แห่งนี้

Garden Gallery

เป็นพื้นทิ่อิสระโชว์งานศิลปะ หรือของต่างๆตามแต่ลูกค้าจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเช่าพื้นที่ส่วนนี้เพื่อจัดแสดงผลงานหรือขายของ  ซึ่งแต่ละร้านที่นำมาจัดแสดงนั้นบอกเลยว่าไม่ธรรมดา มีความเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นผสมผสานกับความเรียบง่ายได้อย่างลงตัว 

Daikanyama Tsutaya Books

ร้านซึทาญ่าสาขาไดคังยะมะ เป็นร้านที่คนญี่ปุ่นแถบนี้นิยมมานั่งชิล จิบกาแฟ เดินเล่นกันมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเย็น เพราะมีการออกแบบที่สวยงามในคอนเซปร้านหนังสือกลางป่า โดยบริษัทออกแบบชื่อดัง ซึ่งนอกจากเป็นร้านหนังสือแล้ว โดยรอบๆยังมีส่วนของคาเฟ่ ร้านอาหาร ขายของดีไซน์ ซีดีเพลง รวมอยู่ในตึกแห่งนี้ด้วย เป็ฯหนึ่งในร้านหนังสือที่สวยที่สุดในโลก