Family Picture หนึ่งในเทคนิคถ่ายภาพ Portrait ให้ชัด

การถ่ายภาพครอบครัวนั้น จริงๆแล้วก็คือการถ่ายภาพคนหมู่มากนั้นแหละ ซึ่งผมของแยกเป็นสองแบบล่ะกันเพราะมันมีรายละเอียดบางอย่างที่ต่างกันด้วย อย่างการถ่ายครอบครัวนั้นเป็นการถ่ายภาพแบบคนไม่เยอะมาก

นั้นก็คือพ่อแม่ลูก พี่ๆน้องๆ อะไรทำนองนี้ ซึ่งการถ่ายภาพประเภทนี้นั้นก็อาจจะเป็นปัญหาของหลายๆครอบครัว ยิ่งตัวผมเองด้วยแล้วก็นะ เพราะเป็นคนติดการปรับค่ารูรับแสงเลนส์ให้น้อยที่สุด นั้นทำให้ระยะโฟกัสนั้นบางมากทีเดียว นั้นคือถ้าขยับหน้าขยับหลังเพียงนิดเดียว ภาพก็ไม่เข้าโฟกัสแล้วล่ะ ดังนั้นแล้ว การถ่ายภาพประเภทนี้จึงต้องมีการคำนวนอะไรนิดหน่อย

การถ่ายภาพครอบครัวยังดีอย่างที่มีคนไม่เยอะมากนัก ผมถือว่าไม่เกินห้าคนละกัน ดังนั้นแล้วการจะถ่ายภาพคนไม่เกินห้าคน นั้นก็จะต้องมีการโพสท่าและตำแหน่งการยืนที่หมาะสมสักหน่อย นั้นคือไม่ว่าจะนั้งหรือนอนหรือยืน ก็ต้องอยู่ใกล้กันไว้ก่อน ถ้าถึงขึ้นซ้อนตัวกัน ก็พยายามยื่นหน้าอยู่ใกล้ระนาบเดียวกันหน่อย นั้นก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้อย่างมากแล้วล่ะ

แต่ถ้าเกิดว่าต้องการให้ทุกคนนั้นเข้าโฟกัสแบบหมดเลยนั้น ก่อนอื่นดูที่เลนส์ว่าคมพอกับทั้งภาพหรือปล่าว ถ้ามันคุณภาพถึงแน่นอนแหละ ก็ต้องดูระยะโฟกัส ต้องให้ทุกคนในภาพอยู่ในระนาบเดียวกันให้มากที่สุด ผมจะยังไม่พูดถึงเรื่องของการปรับระยะชัดลึกชัดตื้นให้มากขึ้นนะ เพราะว่าการถ่ายภาพครอบครัว ผมเล็งเห็นว่าถ้าเราสามารถทำให้ภาพชัดโดยที่ค่ารูรับแสงยังกว้างอยู่นั้น

จะทำให้ภาพครอบครัวนั้นดูสวยงามมากๆ เพราะหลังจะเบลอและตัวสมาชิกในครอบครัวก็จะโดดเด่น ดูเป็นภาพที่น่าเก็บในความทรงจำมากๆ ดังนั้นแล้ว พยายาม ทำให้คนในภาพอยู่ในระยะโฟกัสของเลนส์มากที่สุดก่อนจะดีกว่ามากๆ

ครอบครัวที่มีคนไม่เยอะมากนั้น ไม่ยากที่จะถ่ายให้ชัดทั้งหมดจริงๆ เพียงแค่อยู่ในจุดเดียวกันจริงๆแล้วก็พอไหวแล้วล่ะ และส่วนมาก ถ้ายืนเรียงแถวอยู่ข้างๆกัน ไม่ซ้อนกันเลย ก็ยิ่งไม่เกิดการเบลอขึ้นแน่อน ส่วนคนที่เราจะเลือกโฟกัสนั้นก็ต้องคนที่อยู่ใกล้ตรงกลางมากที่สุดนั้นเอง จะทำให้ทั้งซ้ายแหละขวนนั้นเกิดการโฟกัสที่บาลานซ์กันอย่างดี ถึงอย่างนั้นก็ตามจริงๆแล้วผมก็มีอีกฟังค์ชั่นที่ช่วยเหลือได้ดี

ซึ่งในกล้องรุ่นใหม่ๆก็มีหมดแล้วนั้นคือฟังค์ชั่นจับใบหน้านั้นเอง มันจะจับใบหน้าทุกคนในภาพ ถ้าคนไม่เยอะเกินไปนะ แล้วมันก็จะคำนวนค่าต่างๆของกล้องให้โฟกัสเข้าทุกคนนั้นเอง แต่ผมไม่ค่อยชอบใช้เท่าไหร่

 

 

สนับสนุนโดย  Gclub ผ่านเว็บ

เทคนิคการถ่ายรูปกับกระจก

ถ่ายภาพโพสท่าหน้ากระจก หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

เหล่าสาวๆทั้งหลายนั้น ก็ต้องการลองชุดหน้ากระจกกันแล้ว และก็เป็นหนึ่งในการถ่ายภาพกับกระจกที่นิยม แต่เมื่อแต่งชุดแล้ว ก็ลองถ่ายแบบโพสท่าหลังจากลองชุดดูดีไหมล่ะ ซึ่งการถ่ายด้วยเทคนิคแบบนี้นั้น จะดูมีความเหมาะกับการโพสลงโซเชียลมากกว่าแบบลองชุดหน่อย เพราะแบบที่ถ่ายหน้ากระจกเงาลองชุดนั้นเหมาะกับการถ่ายภาพแบบจริงๆจังๆ เหมือนภาพในนิตยสาร

แต่ถ้าเอามาถ่ายเล่นมันก็จะดูมีความหน้าหมั่นไส้บ้างนิดหน่อยอะนะ แต่การโพสท่าถ่ายรูปนั้นโดยปกติแล้ว เป็นการถ่ายภาพแบบปกติของเหล่าสาวๆ เพียงแต่เพิ่มกิมมิกในการถ้าสะท้อนกระจกเท่านั้นเอง ดังนั้นแล้วการถ่ายผ่านกระจกเงาแบบนี้ก็จะมีหลายต่อหลายแบบในการถ่าย แล้วแบบนี้ก็เป็นหนึ่งในแบบที่เหมาะสมกับการลงโซเชียลอย่างหนึ่งนั้นเอง

เทคนิคนี้มีรายละเอียดการถ่ายคล้ายกับการถ่ายแบบลองชุดหน้ากระจกนั้นแหละ โดยจะมีความจุกจิกนิดหน่อยตอนจัดเตรียมสถานที่เท่านั้น นั้นคือต้องจัดเตรียมสถานที่ตรงฉากหลัง แล้วก็จุดที่ต้องเข้าฉากทั้งหลายให้ดูไม่รก สะอาดสะอ้านสักหน่อย แล้วก็ต้องเป็นแนวคุมโทนสักนิด เพื่อที่จะทำให้ตัวแบบพร้อมกับชุดในกระจกนั้นดูเด่นกว่าฉากนั้นเอง การถ่ายแบบนี้ต้องใช้กระจกแบบที่สูงพอจะเห็นเต็มตัวเช่นเดิม แล้วองค์ประกอบภาพคือสิ่งที่แตกต่างกันนิดหน่อยกับการที่

ถ้าแบบลองชุดนั้น จะต้องมีเหล่ากองชุดเสื้อตามพื้นเพื่อให้ดูเหมือนกำลังลองชุดหลายๆชุดนั้นเอง แต่ถ้าแบบการโพสท่าแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีชุดละเกะละกะ ทำให้ไม่รกเข้าไว้ จะทำให้ตัวเงาสะท้อนเด่น จะโพสท่าแบบไหนก็ได้ เพียงแต่ว่าตัวแบบนั้นอย่ามองตากล้องผ่านกระจกเป็นพอ เสร็จแล้วหน้าที่ตากล้องก็เพียงไม่เอาตัวเองเข้าเฟรม ด้วยการถ่ายแบบเฉียงๆแค่นั้นแหละ แล้วก็เป็นหน้าที่ของตากล้องด้วยเช่นกันที่จะต้องเช็คในภาพสะท้อนด้วยว่า สะท้อนเห็นอะไรที่รกหรือปล่าว

การถ่ายโพสท่าหน้ากระจกนั้นมีการแสดงออกถึงความน่ารักสดใส เหมือนเรากำลังเช็คความหมั่นใจของเราเป็นประจำนั้นเอง จะเป็นการออกไปเที่ยว หรือการแต่งตัวอยู่บ้านก็ได้ ไม่ว่ากัน ไม่ว่าจะแบบไหนแล้ว การถ่ายแบบนี้ถือเป็นการถ่ายที่มีความธรรมชาติกว่าแบบอื่น เพราะเห็นได้บ่อยๆจริงๆ ในทั้งแบบโซเชียวและแบบเป็นการเป็นงาน ดังนั้นแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะถ่ายแบบนี้แล้วจะดูหน้าหมั่นไส้ ระวังไว้อย่างเดียวคือ การถ่ายแบบนี้ไม่จำเป็นก็อย่าถ่ายบ่อย มันจะทำให้ดูดเป็นรูปที่ธรรมดาในโซเชียลของคุณ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Sexy Gaming

ดริ้งเหล้า ทำไมถึงเมาง่าย

นักนั่งดริ้งทั้งหลาย สายเหล้า สายแอลกอฮอล์ สายเอนเตอร์เทน ต้องเคยสงสัยแน่นอนเลยว่า “กินเหล้าทำไมเมาเร็วจัง เมาแล้วยังไงต่อ ” เดินเซ โวยวาย พูดมาก ปากเก่งขึ้นมาทันทีเมื่อเหล้าลงคอไม่ถึงชั่วโมง ทำไมพูดอะไรก็ไม่รู้ กล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนและคายความลับทุกอย่างให้เพื่อนรู้จนหมด

แอลกอฮอล์ที่เป็นองค์ประกอบที่อยู่ในเหล้าและเบียร์พวกนี้ เมื่อเราดื่มลงไปแล้วจะถูกดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว เพราะแอลกอฮอล์สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้เลยที่บริเวณกระเพาะอาหารซึ่งต่างจากอาหารทั่วไปที่เรารับประทานเพราะอาหารต่างๆส่วนใหญ่จะถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็กกว่าจะเริ่มดูดซึมได้ก็ใช้เวลาปาไป3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว ดังนั้นเลยเป็นเหตุผลที่ว่า พอรับประทานเหล้าเบียร์แล้วจะรู้สึกเมาภายในเวลาไม่นาน 

อาการเมาเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเดินเซ พูดไม่รู้ความ เพ้อเจ้อ พูดมากหรือหนักจนขนาดคุมตัวเองไม่อยู่ เพราะแอลกอฮอล์ที่ถูกดูดซึมเข้าร่างกายผ่านทางกระแสเลือดจะไปยับยั้งการทำงานของสมองให้หยุดทำงานไปชั่วขณะ ตัวอย่างเช่น การเดินไม่ตรง ทรงตัวไม่ได้เพราะแอลกอฮอล์เข้าไปกดการทำงานสมองส่วนที่เรียกว่า “ซีรีเบลลัม” ซึ่งสมองส่วนนี้จะทำงานเกี่ยวกับการทรงตัวของร่างกาย เมื่อถูกยับยั้งการทำงานไปชั่วขณะ ร่างกายก็จะงงๆ เดินไม่ตรงตามที่เห็น 

ขึ้นชื่อว่า “น้ำเมา” กินยังไงก็เมาจะดีกรีมากหรือน้อย คอแข็งหรือคออ่อน ก็เมาเหมือนกัน… รู้หรือไม่ แอลกอฮอล์ที่รับประทานเข้าไปถูกกำจัดทิ้งที่ไหน คำตอบคือ ตับ จะเป็นอวัยวะที่ทำการกำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย ดังนั้นถ้าใครดื่มเหล้าหนักมากจนเกินไป เซลล์ตับจะทำงานหนักจนในที่สุดเซลล์ตับก็ตายไปจนเกิดโรคต่างๆมากมายทั้งตับแข็งและมะเร็งตับในที่สุด

เห็นไหมครับ ทั้งหมดนี้คือเส้นทางของแอลกอฮอล์ตัวร้ายที่แฝงเข้ามาอยู่ในเหล้าและเบียร์ที่มีขายกันอยู่ตามท้องตลาด น้ำเหล่านี้เปรียบเสมือนน้ำเปลี่ยนนิสัย จากคนน่ารักอาจกลายเป็นคนน่ากลัวไปโดยที่เราไม่รู้ตัวเพราะสมองเราหยุดสั่งการไปชั่วขณะ เส้นทางของแอลกอฮอล์ทั้งหมดนี้เป็นอันตรายต่อชีวิตและคนรอบข้างอย่างมาก โรคต่างๆรวมไปถึงอุบัติเหตุล้วนเกิดจากน้ำเมาพวกนี้  ถ้าหากอยากจะหยุดเส้นทางของมันควรเริ่มที่ปากเป็นอันดับแรก “หยุดดื่ม” เพียงเท่านั้นอันตรายต่างๆก็จะไม่เกิดขึ้นกับตัวคุณแน่นอน

 

 

ขอบคุณ  แทงหวยออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

ศิลปะด้วยกระจก

รูปแบบใหม่ของการสร้างสรรค์ผลงานจิตกรรมบนผนังบนกระจกเพื่อสร้างรูปทรงให้มีความมีมิติของสีและเพื่อสร้างความกลมกลืนกับเรื่องราววิถีชีวิตต่างๆ หรือเรื่องราวที่ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะอยากที่จะถ่ายทอดออกมานั่นเอง ซึ่งงานศิลปะที่ถูกถ่ายทอดเรื่องราวบนผนังผ่านกระจกนั้น

ถือเป็นงานศิลปะที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากมีความสวยงามและยังถือเป็นงานศิลปะที่น่าทึ่งมากๆอีกด้วยเพราะการสร้างสรรค์งานศิลปะออกมาได้อย่างสวยงามด้วยข้อจำกัดที่ค่อนข้างมากนั่นเอง

โดยการสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยกระจกนั้นมีขั้นตอนการทำต่างๆและมีความสำคัญคือการย่อยชิ้นกระจก การผสมสีของชิ้นกระจก ซึ่งจำนวนสีกระจกนั้นมีจำนวนสีไม่มากทำให้เกิดข้อจำกัดในเรื่องสีนั่นเองแต่ถึงแม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องของสีนั้นการสร้างสรรค์ความสวยงามจากกระจกนั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคของศิลปินหรือผู้สร้างสรรค์มากมายสักเท่าไหร่เพราะถึงแม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องสีของกระจกนั้นเหล่าผู้สร้างและศิลปินก็ยังคงสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างสวยงามมากมายทีเดียว

ซึ่งงานศิลปะบนผนังด้วยกระจกนั้นนิยมสร้างสรรค์บนผนังตามวัด โบสถ์ หรือแม้แต่อาคารบ้านเรือนก็ได้รับความนิยมในการนำมาสร้างสรรค์ผ่านผนังเช่นกัน เพราะมีความสวยงามและแปลกใหม่สามารถประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบ้านหรือสถานที่ต่างๆในปัจจุบันได้ ซึ่งสถานที่นิยมทำหลักๆและสามารถพบเห็นได้ทั่วไปจะเป็นโบสถ์ ก่อนนั้นศิลปะบนผนังด้วยกระจกนั้นจะแพร่หลายมากในยุโรป

เพราะโบสถ์ที่สวยงามและสำคัญของทางยุโรปนั้นก็มีการสร้างสรรค์ศิลปะบนผนังด้วยกระจกทั้งสิ้นเพราะกระจกเมื่อนำมาตกแต่งแล้วนั้นจะสร้างความระยิบระยับสวยงามมองดูแล้วคล้ายกับเพชรนั่นเอง เพราะความสวยงามเหล่านี้ทำให้งานศิลปะบนผนังด้วยกระจกจึงเป็นที่นิยมและแพร่หลายมาในประเทศไทย และมีการสร้างสรรค์งานบนผนังวัด หรือโบสถ์อาหารบ้านเรื่องต่างๆในประเทศไทยเช่นกัน

การสร้างสรรค์งานศิลปะบนผนังด้วยกระจกนั้นจึงจำเป็นต้องมีการใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้โดยตรงซึ่งในประเทศไทยนั้นก็มีอยู่หลายคนที่เชี่ยวชาญในด้านนี้มากๆ ทำให้ศิลปะด้านนี้จึงมีการเจริญเติบโตในระดับหนึ่ง และการสร้างสรรค์นั้นต้องใช้เวลาในการสร้างสรรค์นานพอสมควร เพราะด้วยขั้นตอนและวิธีการทำต่างๆ โดยเริ่มจากการวางแพลตเทินว่าอยากจะได้ออกมาในรูปแบบไหน

โดยจะมีการวางผ่านกระดาษและจึงจะนำไปติดบนผนังในขั้นตอนถัดไป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้บอกว่าการสร้างสรรค์งานประเภทนี้ถือเป็นเรื่องยากที่เดียวเนื่องจากจะต้องมีการวางแพลตเทินและการวางแพลตเทินบนกระดาเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบากนั่นเอง บางครั้งมีความท้อในการทำ แต่เมื่อทำเสร็จและเห็นผลงานแล้วนั้นบอกเลยว่าคุ้มค่ากับเวลาที่รอคอยและความอดทนตั้งใจของเหล่าผู้สร้างสรรค์มากๆเลยทีเดียว

 

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่น gclub

ตํานานไทยผีบ้านผีเรือน 

     ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของผีบ้านผีเรือนนั้นมีมาตั้งแต่นมนานซึ่งไม่รู้ว่ามีมานานแค่ไหนแล้วเพราะตั้งแต่จำความได้ก็ได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของผีบ้านผีเรือนนี้มาโดยตลอดจะมาเฉพาะช่วงหลังๆเท่านั้นที่ผู้คนต่างก็ลืมเลือนกันแต่สำหรับคนที่สูงอายุก็ยังคงมีการพูดถึงผีบ้านผีเรือนกันอยู่

  ซึ่งคนสมัยโบราณมักจะบอกว่าผีบ้านผีเรือนก็คือผีของปู่ย่าตายายที่เสียชีวิตไปแล้วแล้วกลับมาคุ้มครองลูกหลานที่อยู่ในบ้าน   แต่บางคนเชื่อก็บอกว่าที่บ้านนั้นก็คือผีประจำหมู่บ้านส่วนที่เหลือนั้นก็คือผีที่เฝ้าประจำอยู่ที่เรือน จึงได้มีการเรียกรวมกันว่าผีบ้านผีเรือน

ซึ่งหลายคนเชื่อกันว่าผีบ้านผีเรือนนั้นเป็นวิญญาณที่อยู่อาศัยในบ้านเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่จะคอยคุ้มครองลูกหลานอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวให้มีแต่ความสุข และเจ้าของบ้านที่อยู่อาศัยในบ้านหลังดังกล่าวหากมีงานบุญต่างๆก็ต้องทำบุญให้กับผีบ้านผีเรือนหรือโดยปกติแล้วคนในสมัยโบราณมักจะทำบุญให้กับผีบ้านผีเรือนในช่วงที่มีวันตรุษ  วันสารท   หรือแม้แต่ตรงกับวันเกิดของบรรพบุรุษ  มันเอาข้าวขึ้นยุ้ง  วันรับขวัญ

โดยมักจะมีการเตรียมอาหารทั้งอาหารคาว  อาหารหวาน  ที่บรรพบุรุษชอบมาถวาย ซึ่งพิธีกรรมเหล่านี้มีการทำต่อต่อกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณแล้วในปัจจุบันก็ยังมีการทำอยู่ยกเว้นคนหนุ่มคนสาวซึ่งส่วนใหญ่แล้วออกไปทำงานแต่เช้าแล้วกลับบ้านมามืดค่ำจึงได้เริ่มห่างหายจากการจัดกิจกรรมนี้ไปแต่ถ้าเกิดว่าบ้านไหนยังมีคนเฒ่าคนแก่อาศัยอยู่บรรดาคนเฒ่าคนแก่ก็ยังมีการจัดพิธีกรรมนี้ และความเชื่อว่าผีบ้านผีเรือนคอยปกปักรักษาคนในบ้านนั้นหากคนในบ้านมีนิสัยอันธพาลเกเรก็จะถูกผีบ้านผีเรือนสั่งสอน

     โดยตำนานความเชื่อเกี่ยวกับผีบ้านผีเรือนนั้นเป็นการมุ่งเน้นให้ลูกหลานระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษปู่ย่าตายายทั้งหลายซึ่งเป็นการสอนให้ลูกหลานได้มีการทำบุญทำทานโดยยึดการทำบุญไปถึงบรรพบุรุษที่ได้  ซึ่งการทำบุญให้กับผีบ้านผีเรือนนั้นสามารถถวายเป็นผลไม้อย่างเดียวหรือจะเป็นของคาวของหวานที่บรรพบุรุษชอบก็ได้เกี่ยวกับเรื่องของผีบ้านผีเรือนนั้นถ้าเป็นคนไทยก็จะเรียกผีบ้านผีเรือน

แต่ถ้าเป็นคนจีนก็จะหมายถึงการทำบุญให้กับบรรพบุรุษตนเองในช่วงเทศกาล เชงเม้งนั่นเอง ซึ่งคนจีนจะนิยมทำบุญให้กับบรรพบุรุษอยู่บ่อยๆสำหรับผีบ้านผีเรือนของไทยนั้นมีการเชื่อกันว่าจะเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่มักจะแต่งกายด้วยชุดขาวหรือกายด้วยชุดไทยจะวนเวียนคอยดูแลลูกหลานอยู่ภายในบริเวณบ้าน ซึ่งหลายคนเชื่อกันว่าหากเราไม่ดูแลผีบ้านผีเรือนให้ดี ตามความเชื่อโบราณจะเชื่อกันว่าจะทำให้เกิดคนล้มเจ็บป่วยได้ง่ายและถ้าหากบ้านไหนมีเด็กเล็กๆก็จะทำให้เด็กเล็กๆงอแง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง