ประเพณีกวนข้าวทิพย์

เชื่อว่าหลายคนเคยๆได้ยินประเพณีนี้ แต่อาจจะไม่ทราบก็ได้ว่าหมายถึงการทำอะไร การกวนข้าวทิพย์เป็นประเพณีที่จะเริ่มทำช่วงออกพรรษา เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี ความร่วมแรง ร่วมใจของคนในชุมชน  โดยการนำเอาวัสดุ หรืออาหารที่แต่ละบ้านมีมารวมกัน เมื่อแล้วเสร็จก็จะมีการนำมาบูชาพระพุทธเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคลของตนเองและครอบครัว ซึ่งคนไทยได้เริ่มทำมาตั้งแต่เมื่อครั้งสมัยสุโขทัย และต่อมาเริ่มเลือนหายไป โดยได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่เมื่อครั้งสมัยรัชกาลที่ 3 เหตุที่จัดในช่วงเดือน 10 หรือเดือนตุลาคม

เนื่องด้วยว่าเป็นช่วงที่ข้าวกำลังตั้งท้อง ออกร่วงเป็นน้ำนมข้าว ก็จะได้ความหอม ความใหม่ของข้าว โดยจะเอาข้าวมากวนรวมกับน้ำตาล น้ำอ้อย ถั่ว งา มะพร้าว หรือแม้แต่ผลไม้ที่มีตามท้องถิ่น หรือที่เรียกง่ายๆก็คือ หาอะไรมาได้ก็จะใช้เป็นส่วนประกอบทั้งหมด ขั้นตอนการทำก็คือต้องเป็นไปตามพิธีหรือความเชื่อของคนในท้องถิ่น โดยจะคัดเลือกหญิงสาวที่ยังเป็นพรหมจรรย์ ที่ยังไม่เคยผ่านการแต่งงาน หรือหญิงสาวที่บริสุทธิ์เป็นผู้ร่วมกวนข้าวทิพย์ ซึ่งต้องนุ่งขาวห่มขาว และในขณะนั้นพระก็จะแสดงพระธรรมเทศนาไปด้วย เป็นการฝึกสติและสมาธิไปในตัว

ใช้ระยะเวลาทั้งคืนในการทำ พอได้ข้าวทิพย์มาแล้วก็จะแจกจ่ายให้กับผู้ที่มาร่วมงาน  ถือว่าเป็นข้าวที่ผ่านการปลุกเสก เปรียบได้กับอาหารจากสวรรค์ ใครได้กินก็จะมีร่างกายที่แข็งแรง เทวดาปกปักรักษา เกิดความโชคดี มีโชคลาภต่างๆนาๆ รสชาติของข้าวทิพย์จะหอม หวานมัน เหนียวๆเนื้อ คล้ายๆกับมะม่วงกวน ซึ่งหากินได้ยากมาก และอีกอย่างหนึ่งการทำข้าวทิพย์มีนัยยะเพื่อระลึกถึงความศรัทธาต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่จัดทำขึ้นก่อนวันพระ 1 วัน ในวันขึ้น 14 ค่ำ โดยถือเป็นการถวายเป็นพุทธบูชาแก่พระพุทธเจ้า ซึ่งผลานิสงค์ของบุญที่ได้รับจะแรงกล้ามาก ตามตำนานของนางสุชาดาที่ถวายข้าวทิพย์มธุปายาส ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พุทธศาสนิกชนพร้อมใจกันจัดกิจกรรมการกวนข้าวทิพย์ จะได้แสดงออกถึงความกตัญญูและเทิดพระเกียรติของพระศาสดา

ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าวัดบางแห่งก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามนี้ไว้อยู่ แต่บางที่ก็ไม่ได้ทำแล้ว เนื่องจากขั้นตอนการทำค่อนข้างยุ่งยาก และความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนเริ่มลดน้อยลง ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับกิจกรรมนี้เท่าไหร่ และต้องใช้วัตถุดิบค่อนข้างเยอะและหลากหลายในการทำ อาจจะไม่สะดวก และเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันที่ค่อนข้างจะซบเซามากขึ้น ผู้คนสนใจการทำมาหาเลี้ยงชีพมากกว่าการทำบุญและการสละเวลาเพื่อมาร่วมงาน 

 

สนับสนุนมาจาก   แทงหวยออนไลน์

จะเริ่มเล่นพนันออนไลน์ได้อย่างไร

  ก่อนที่จะได้แนะนำเกี่ยวกับพนันออนไลน์นั้นว่าเล่นอย่างไร ก็คงจะต้องอธิบายให้เข้าใจถึงความเป็นมาของพนันออนไลน์กันก่อน สำหรับการพนันออนไลน์นั้นก็คือเว็บไซต์ที่นักเดิมพันหลายๆคนที่ชื่นชอบในความท้าทายและสนุกสนานได้มีการนิยมเล่นกันนอกจากความสนุกที่พวกเขาได้รับแล้วสำหรับพนันออนไลน์นั้นยังเป็นช่องทางที่พวกเขาเลือกใช้เล่นเพื่อสร้างรายได้เสริมกันด้วย ในปัจจุบันวัยรุ่นยุคใหม่ก็เริ่มหันมาให้ความสนใจและเล่นพนันออนไลน์กันมากขึ้นด้วยสาเหตุหลักคือการหารายได้ไปพร้อมกับการได้เล่นสนุก

สำหรับพนันออนไลน์นี้เองตอบโจทย์ในด้านของความสะดวกในการเล่น โดยผู้เล่นนั้นสามารถที่จะเล่นที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น เพียงแค่มีเวลาและสะดวกที่จะเล่นทุกคนก็สามารถที่จะลงเล่นเดิมพันกับพนันออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการเดินทางออกไปเล่นข้างนอกเลย มาถึงตอนนี้หลายๆคนที่สนใจและยังเป็นมือใหม่ที่อยากลองลงเล่นเดิมพันกับพนันออนไลน์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลย เพราะถ้าได้เรียนรู้ข้อมูลและกติกาเบื้องต้นทุกคนต่างก็สามารถที่จะเล่นพนันออนไลน์ได้เลยง่ายๆ 

        การเป็นนักเดิมพันในพนันออนไลน์สำหรับมือใหม่นั้นจะต้องรู้ข้อมูลเบื้องต้นและในวันนี้เราก็ได้มีข้อมูลดีๆนั้นมาฝากกันด้วย โดยส่วนมากเรามักจะเคยได้พบกับคำถามที่หลายคนอยากจะแน่ใจว่าพนันออนไลน์สามารถเล่นได้จริง และได้รับเงินจริงหรือไม่ คำตอบก็คือเนื่องจากพนันออนไลน์นั้นมีการปรับรูปแบบมาจากการเล่นพนันจริงๆในรูปแบบเดิม

ดังนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลเลยว่าว่าจะได้รับเงินจริงหรือไม่ เพื่อให้ผู้ที่กำลังสนใจไม่ต้องเสียเวลาเราจึงจะมาแนะนำข้อควรรู้ดังต่อไปนี้

  1. รู้เกี่ยวกับเว็บพนันที่สนใจ

   ผู้เล่นมีความจำเป็นที่จะต้องทำการเรียนรู้กติกาในแต่ละเว็บไซต์ ข้อมูลเบื้องต้นต่างๆที่ทางเว็บได้มีการกำหนดบรรทัดฐานให้กับผู้เดิมพัน อาจจะเกี่ยวกับอัตราการจ่ายเงิน กฎในการลงเล่น รวมไปถึงผลประโยชน์อื่นๆจากการเล่นที่อาจจะได้รับ การรู้ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ผู้เล่นสามารถที่จะเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถที่จะรักษาสิทธิในการเล่นของตัวเองได้ดีอีกด้วย

  1. การตั้งงบที่จะลงเดิมพัน

    สิ่งที่มีความสำคัญอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือการตั้งงบในการลงเดิมพันโดยที่ผู้เล่นเองนั้นจะต้องทำการตั้งเป้าหมายเอาไว้เกี่ยวกับการลงทุนในแต่ละรอบเกมส์ และแน่นอนว่าการตั้งเป้าทุกครั้งก็ควรที่จะต้องมีความสอดคล้องกับเงินทุนของตัวเองด้วย ไม่ควรที่จะทำอะไรเกินตัว ทั้งนี้นั้นก็เพื่อไม่ให้เกิดการผิดความคาดหมายของตัวผู้เล่นเองด้วย

  1. เริ่มเล่นอย่างมีเทคนิค

    การมีเทคนิคเป็นของตัวเองสำหรับผู้เล่นหลายๆคนแล้วมักจะมีความง่ายและสะดวกต่อการเล่นในแต่ละครั้ง ทั้งนี้การที่ผู้เล่นมีเทคนิคที่ดีก็มักจะได้เปรียบในเกมส์อยู่เสมอ และแน่นอนว่าโอกาสในการชนะก็มีมากด้วยเช่นกัน ที่สำคัญมากๆอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรลืมเลยนั่นก็คือการมีสติทุกครั้งในการเล่น ผู้เล่นจะต้องรู้จักที่จะมีการยับยั้งและทำการชั่งใจให้ดีทุกรอบการลงทุน ไม่ควรที่จะเร่งรีบ โมโหใจร้อนจนขาดสติ เพราะจะทำให้ตัวผู้เล่นเองนั้นอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในการเกมส์ได้

        จากทั้งหมดทั้งสามข้อที่เราได้นำมาแนะนำกันในวันนี้ เป็นสิ่งที่ผู้เล่นมือใหม่ควรรู้ก่อนการเริ่มเล่นพนันออนไลน์ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยทำให้ผู้เล่นมือใหม่ได้มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์เบื้องต้นเพื่อที่จะได้นำไปใช้ในเกมส์ต่างๆได้ ซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลที่เราได้แนะนำไปในวันนี้จะทำผู้เล่นสามารถประสบความสำเร็จในเกมส์พนันออนไลน์ได้ 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่า sa gaming

เทศกาลวันอีสเตอร์

 เทศกาลวันอีสเตอร์ ทุกคนคงนึกภาพออกเเล้วว่าจะต้องมีไข่หลายๆฟองที่ตกเเต่งด้วยสีสันมากมายน่ารัก ที่สำคัญคงนึกถึงเจ้ากระต่าย กระต่ายมาเกี่ยวข้องด้วยก็คือ กระต่ายเป็นกระต่ายของเทพีองค์หนี่ง ได้ช่วยเหลือนกจนกลายมาเป็นกระต่ายของเทพีองค์นั้นนั่นเอง จึงทำไห้เป็นสัญญาณว่าได้เข้าสู่ฤดูร้อนเเล้ว นี่เป็นความเชื่อของชาวเยอรมัน ส่วนชาวศาสนาคริสต์นั้นจะเป็นอีกความเชื่อหนึ่ง เพราะความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าทั้งสิ้น เพราะวันอีสเตอร์ ชาวคริสต์เชื่อว่า เป็นวันฟื้นคืนชีพของพระเยซูคริสต์หลังจากตายไปเเล้ว3วันนั่นเอง

เเละความเชื่อนี้เกี่ยวกับกระต่ายก็คือ การที่เข้าสู่ฤดูร้อนนั้น ผู้คนจะออกไปเดินเล่นหรือพักผ่อน ก็จะเจอกระต่ายวิ่งกันตามทุ่งหญ้าเต็มไปหมด เเละกระต่านจะมีลูกดกมากในช่วงฤดูใบไม้ผลินั่นเอง เป็นสัญลักษณ์ของการได้มีชีวิตใหม่นั่นเอง ส่วนเรื่องของไข่นั้น 

วันอีสเตอร์ถือเป็นวันกำเนิดใหม่หรือการฟื้นคืนชีพ ไข่นั้นก็เหมือนกับชีวิตใหม่ เพราะเป็นไข่ที่ออกมาจากเเม่ไก่หรือสัตว์อื่นๆ ซึ่งหมายความว่าเป็นการมีชีวิตใหม่นั่นเอง ผู้คนจะฉลองวันอีสเตอร์โดยการไห้ไข่ เเต่ไม่ใช่ไห้ไข่ไปเเบบเฉยๆนะ เขาจะตกเเต่งไข่ไห้มีสีสัน สวยงาม น่ารัก มีรูปเเบบหลายๆอย่างเช่นรอยหยัก รอยโค้ง มีลายดอกไม้เเละลายอื่นๆ เสมือนกับว่าไห้ชีวิตใหม่ที่สดใสนั่นเอง ส่วนไข่ก็เอาไปซ่อนได้ด้วยเพราะเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่มีในวันอีสเตอร์ เด็กทุกคนจะวิ่งหาไข่อีสเตอร์เเละหาขนมอีสเตอร์ เเละจะมีมาสคอตกระต่ายร่วมงานด้วย

เด็ก ๆเชื่อว่ากระต่ายเอาไข่ไปซ่อนเอาไว้ คนบางส่วนก็จะไปโบสถ์ไปสวดมนต์ บางคนก็จะใช้เวลาหยุดอยู่กับครอบครัว กินอาหารกันพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นเมนูเกี่ยวกับไข่ พวกไข่ต้ม เเละอาหารอเมริกันอื่นๆที่ทำจากไข่ วันอีสเตอร์เป็นวันที่เด็ก ๆชอบอีกวันหนึ่ง เป็นหนึ่งในเทศกาลอันเเสนสดใส ยินดี มีความสุข เพราะเปรียบเสมือนว่ามีชีวิตใหม่ เป็นการเริ่มต้นฤดูที่ดี มีความสุขนึกถึงพระเจ้าตลอดเวลา เพราะพระเจ้าไห้ชีวิตใหม่กับทุกคน

 ถือว่าเป็นวันเเห่งครอบครัวด้วย เพราะทุกครอบครอบครัวก็ต่างฉลองกันพร้อมหน้าพร้อมตา มีกิจกรรมในวันอีสเตอร์ไห้เล่นหลายๆอย่าง เป็นเทศกาลที่มีสีสันสดใส มีขนมไห้กิน มีไข่สวยๆไห้เก็บไห้เเจก เทศกาลอีสเตอร์ถือเป็นวันที่มีความสุขที่สุดของชาวคริสต์เเล้วยังมีการระลึกถึงพระเจ้าอยู่เสมอ เพราะพระเจ้านั้นถือเป็นความเชื่อสูงสุดของชาวคริสต์ เทศกาลอีสเตอร์ก็เช่นกัน จึงมีความสำคัญในหลายๆด้านเช่น ความสุข การได้ชีวิตใหม่ วันอีสเตอร์จึงเป็นวันที่สำคัญของชาวคริสต์อีกเเบบหนึ่งนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

ความเป็นมาของศิลปะไทย

คือการใช้ฝีมือของเราในการคิดสร้างสรรค์ผลงานที่น่าทึ่งขึ้นมาให้คนไทยเราหรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ชื่นชมความสวยงามของศิลปะไทยนี้ เราจะเห็นได้ว่าในประเทศไทยของเรานี้มีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะขึ้นมาอย่างมากมายตามสถานที่และความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ ให้เกิดความสวยงามและมีความแตกต่างกันไปในแต่ละภาคพื้นที่ที่มีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะขึ้นมา เพื่อที่เราจะสามารถดูความสวยงามและแตกต่างกันได้ในหลายๆพื้นที่ เพราะแต่ละสถานที่จะมีการสร้างสรรค์ผลงานเด่นออกประจำภาคนั้นๆ เพื่อให้รู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของแต่ละภาคพื้นที่ที่มีการสร้างผลงานขึ้นมา

ความเป็นมาของศิลปะไทย

ศิลปะของไทยนั้นได้เกิดขึ้นมานานจนแล้วมีวิวัฒนาการเกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆตามยุคสมัยนั้นและที่สำคัญจะมีเรื่องของวัฒนธรรมเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

โดยจะมีภาพวาดลายไทและมีการตกแต่งด้วยลวดลายไทย เพื่อให้ศิลปะของเราที่สร้างสรรค์ขึ้นมานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและการสร้างสรรค์ผลงานทุกชิ้นนั้นจะต้องมีการสอดแทรกวัฒนธรรมไทยของเราด้วย เพื่อให้เข้าใจความหมายของผลงานที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาได้อย่างมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โดยจะชอบสร้างผลงานจากฝาผนัง กำแพง หรือการสร้างแบบจิตกรรมไทยร่วมด้วย พวกเราจะสามารถเห็นศิลปะลายไทยได้ส่วนมากจะพบตามกำแพงหรือฝาผนังที่มีการสร้างลายไทยเอาไว้

การสืบสานศิลปะไทย

ทุกคนคงทราบดีว่าการสืบสานศิลปะวัฒนธรรมไทยนั้นเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเพราะว่าคนรุ่นหลังจะได้เห็นศิลปะที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ กำแพงวัดหรือสถานที่ต่างๆที่มีการวาดลวดลายไทยขึ้น ทำให้เกิดความน่าสนใจ ดึงดูดสายตาจาก

ผู้ที่เดินผ่านงานประติมากรรมสร้างสรรค์ลวดลายต่างๆ แม้กระทั่งชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเมื่อเห็นผลงานของคนไทยแล้วยังรู้สึกน่าสนใจและน่ามองเพราะการสร้างสรรค์แต่ละผลงานจะมีความแตกต่างกันและมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอีกด้วยให้คนไทยเรานั้นได้รู้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง เพราะงานประติกรรมสร้างสรรค์นั้นส่วนมากจะอิงมาจากวัฒนธรรมหรือเรื่องจริงที่เคยมีเหตุการณ์นั้นๆเกิดขึ้นมาแล้วได้ถ่ายทอดความรู้สึกให้แก่ผู้ได้ผ่านมาเห็นและต้องสะดุดตากับสิ่งที่เห็น ในปัจจุบันนี้เริ่มมีคนรุ่นหลังที่มีฝีมือหรือความสามารถในการวาดลวดลายไทยได้วิจิตรา เริ่มสร้างผลงานประติมากรรมตามที่ตนเองนั้นสนใจ การกระทำแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเหมือนเป็นการทำให้คนรุ่นหลังได้สืบทอดและถ่ายทอดศิลปะในความเป็นไทยของเรานั้น ให้คนรุ่นหลังที่จะเกิดขึ้นมาได้รู้ว่าประเทศไทยเรานั้นศิลปะวัฒนธรรมไทยรวมถึงงานประติมากรรมก็มีความสวยไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนโดย  RELX Alpha

ความเชื่อเรื่องปอบ

ปอบถือเป็นผีที่คนไทยนั้นค่อนข้างที่จะรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเรื่องราวของปอบได้ถูฏยกทำมาเป็นละครและภาพยนต์หลายต่อหลายเรื่องจึงทำให้ปอบเป็นเรื่องราวของผีที่ค่อนจะคุ้นเคยกับเราพอสมควร

แต่ใครจะรู้บ้างว่าจุดเริ่มต้นของความเชื่อเรื่องปอบนั้นมาจากไหน แล้วปอบนั้นเกิดจากอะไร วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกัน

ปอบถือเป็นผีที่มีต้นกำเนิดมาจากแถวๆแถบทางอิสาน เนื่องจากบริเวณอื่นไม่ค่อยมีเรื่องราวของปอบเกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องราวของมันมักจะถูกพูดถึง และมีการเล่าขานกันในแถบนี้ซะส่วนใหญ่ ซึ่งมีการบอกเล่าจากคนโบร่ำโบราณว่า ปอบนั้นเกิดจากพวกที่เล่นของ หรือจำพวกเดรัจฉานวิชา แล้วเกิดดูแลรักษาไม่ดี จนทำให้ของที่เลี้ยงเอาไว้นั้นเข้าตัวจนกลายเป็นปอบ ซึ่งลักษณะของปอบที่เรารู้จักมักจะเป็นหญิงแก่

ที่มีท่าทางลึกลับไม่ค่อยกล้าสบตาคน เนื่องจากเขาว่ากันว่าปอบนั้นจะไม่มีแววตา จึงทำให้ปอบส่วนใหญ่ไม่ค่อยชื่นชอบที่จะพบปะผู้คน และมักเก็บตัวเองอยู่เงียบๆและอาศัยให้ห่างไกลจากผู้คน ซึ่งส่วนใหญ่ปอบนั้นจะกินพวกของเน่าเสีย หรือของคาว จำพวกเนื้อดิบ หรือเลือกสดๆ ซึ่งในสมัยก่อนการที่ผู้หญิงนั้นจะคลอดลูก เป็นเรื่องน่ากลัวมากสำหรับแม่และเด็กเพราะนอกจากจะต้องระวังปอบที่จะมาตามกลิ่นของน้ำคาวปลาและกินเลือดที่ยังติดเด็ก ก็ยังต้องคอยระวังผีอื่นๆอีก เช่น ผีกระสือ เป็นต้น

เพราะพวกผีเหล่านี้จะมักชื่นชอบของสรกปรกอยู่ สมัยก่อนการที่จะคลอดลูกแต่ล่ะทีถึงต้องทำการเตรียมตัวเรื่องของไล่ผีเป็นอย่างดี แน่นอนสำหรับใครหลายๆคนอาจจะกลัวการมีอยู่ของผีชนิดต่างๆ แต่ว่าผีปอบถือเป็นผีที่ค่อนข้างจะได้รับความนิยมพอสมควร

แม้ว่าเรื่องราวของผีปอบนั้นจะไม่สามารถพอสูจน์ได้แบบชัดเจน แต่ว่ามันถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อและวัฒนาธรรมที่อยู่คู่กับชาวอิสานมาอย่างยาวนาน แม้ว่าในปัจจุบันความเชื่อเรื่องปอบอาจจะถูกลหลั่นความน่ากลัวลงไปบ้างแล้ว เนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยน วิทยาศาสตร์ได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหา และอาการป่วยต่างๆ ที่คนในอดีตมักจะมองเป็นเรื่องที่ผิดแกติและเหนือธรรมชาติ อย่างเช่นอาการป่วยบางชนิดที่ในอดีตมักจะหาสามารถไม่ได้ เราในยุคนั้นก็จะมักโทษผีโทษสาง เพราะไม่รู้ว่าอาการเช่นนี้เกิดอะไร

แต่ว่าเรื่องราวของปอบนั้นก็ยังคงได้รับการพูดถึงและเล่าขานกันมาอย่างต่อเนื่อง และจะมีในหนึ่งเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านที่ตอนนั้นได้เกิดกระแส พระอุ้มหมาชีอุ้มแมว ซึ่งตอนนั้นเป็นกระแสที่โด่งดังมาก เพราะเมื่อตอนที่เรายังเป็นเด็กๆ ตอนเย็นถึงกับรีบเข้าบ้านอาบน้ำนอน เนื่องจากกลัว พระอุ้มหมาชีอุ้มแมวจะมากินตับ จนในภายหลังจึงได้รู้ว่า มันอาจจะเป็นเพียงกุศโลบายในหลอกให้เราเลิกเล่นแล้วรีบอาบน้ำนอนก่อนซะ เพราะไม่เช่นนั้นพระกับชีที่เป็นปอบจะมากิน ตับไตไส้พุง และเรื่องราวผีๆก็ถือว่าเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมประเพณีที่ไม่ว่าเมื่อไหร่มันก็มักได้รับการถูกพูดถึงเสมอมา

 

ขอบคุณ Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ  ที่ให้บทความดีๆมานำเสนอ

นาข้าวหมู่บ้านจาตีลูวีห์ที่มีความเป็นธรรมชาติ

อินโดนีเซียเป็นหมู่เกาะที่มีหมู่เกาะมากกว่า10,000เกาะหนึ่งในนั้นก็คือภูเขาไฟแห่งหลีภูเขาไฟอากุงเป็นภูเขาไฟที่ลอยอยู่เหนือ3,000เมตรในทางตอนเหนือของบาหลีชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าแห่งไฟนั้นอาศัยอยู่มีลานนาข้าวที่ทอดยาวไกลออกไปจากเชิงเขา 

เชื่อกันว่าในการเพาะปลูกข้าวได้เริ่มขึ้นที่เกาะแห่งนี้ในสมัยโบราณ

บรรพบุรุษของชาวนาบนเกาะบาหีในปัจจุบันได้ถางป่าและได้สร้างนาข้าวขั้นบรรไดเหล่งนี้ขึ้นมา  หมู่บ้านจาตีลูวีห์ เป็นสถานที่ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของบาหลีในภาษาบาหลีจาตีลูวีห์หมายถึงความมหจรรย์อย่างแท้จริงด้วยนาข้าวขั้นบรรไดมันจึงเป็นที่ที่เหมาะสมมากต้นไม้และพืชพันธุ์ได้ถูกถางออกไปและได้สร้างนาขั้นบรรไดเพื่อให้ดูมีความเป็นศิลปะภูมิทัศอันหน้าทึ่งนี้ดูราวเหมือนอย่างกับภาพวาดคนที่นี้ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการทำการเกษตรสำหรับในการปลูกและเก็บเกี่ยวข้าวยังคงใช้แรงงานมนุษย์

เนื่องจากบาหลีมีสภาพภูมิอากาศที่อบอุ่นอยู่สม่ำสมอข้าวสามารรถเก็บเกี่ยวได้3 2ครั่งต่อปีระยะในการปลูกและในระยะเวลาเก็บเกี่ยว ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละครัวเรือนนั้นมันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเก็บการเก็บเกี่ยวนาข้าวในแปรงเดียวในขณะที่นาข้าวในพื้นที่ไกล้เคียงพึ่งจะได้เริ่มเติบโตขึ้นและก็มีบางพื้นที่ที่กำลังเตรียมการเพาะปลูกบาหลียังคงเป็นสวรรค์

สำหรับสิ่งที่มีชีวิตหลากหลายชีวิตในบาหลีนั้นมีผีเสื้อที่หลากหลายชนิดผีเสื้อที่มีขนาดใหญ่เหล่านั้นมีชื่อว่า ผีเสื้อถุงทองป่าสูง พวกมันมีปีกที่กว้างกว่า10เซนติเมตรนาข้าวขั้นบรรไดลายรอบไปด้วยทิวทัศน์ที่กว้างใหญ่ของของพืชพันธุ์ธรรมชาติที่ได้สร้างความหลากหลายให้แก่สัตว์ป่าทุ่งนาที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นเหล่านี้

เป็นที่สิ้นชีวิตของมนุษย์นั้นได้เชื่อมต่อกับโลกธรรมชาติและได้สร้างความสามัคคีที่เป็นอันล้ำค่าไว้จากนั้นก็ได้มีช่างภาพคนหนึ่งชาวญี่ปุ่นก็ได้พบทุ่งข้าวแบบบาหลีเขานั้นก็ได้รู้สึกประหลาดใจกับความสวยงามของพวกมันเมื่อได้รับแรงบันดาใจจากสิ่งที่เขานั้นเห็นในบาหลี

เขาจึงออกหาถ่ายภาพหาความสำพันธ์ระหว่างธรรมชาติและคนและนั่นมันก็เป็นแค่เพียงภาพในบางส่วนของเขาในบาหลีอิมาโมริกได้พัฒนาความหลงไหลในศิลปะในการถ่ายภาพในความพยายามของมนุษย์ที่มีอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับทางธรรมชาติเดือนสิงหาคมเขาก็ได้เดินไปที่ทุ่งนาที่เกษตรกรบางคนพึ่งจะปลูกต้นข้าวเสร็จจากนั้นก็ได้มีนกตัวหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นมันคือนกกระเต็นนกเหล่านี้จะมีความยาว30เซ็นติเมตร

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ประวัติของ กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei)

ประวัติของ กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) มีดังนี้

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกับ กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เขาเป็นคนอิตาลีโดยเกิดเมือวันที่ 15 เดือนกุมภาพันธ์ ปีคริสต์ศักราช 1564  และเสียชีวิตลงในวันที่ 8 เดือนมกราคม ปีคริสต์ศักราช 1642 รวมอายุของเขาแล้ว 77 ปี สำหรับกาลิเลโอ เขาเป็นคนที่มีความเชื่อที่ว่าพระอาทิตย์และดวงจันทร์หมุนรอบโลก

ซึ่งก่อนหน้านั้นมีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านต่างก็มีความเชื่อกันว่า ดาวเคราะห์เป็นฝ่ายที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ แต่เมื่อกาลิเลโอ ออกมาบอกกล่าวทฤษฎีของเขากลายเป็นว่ามีแต่คนที่ต่อต้านเขากันหมดจนถึงขนาดที่ห้ามเขาสอนนักศึกษาเกี่ยวกับทฤษฏีนี้เด็ดขาดและหากเขาฝ่าฝืนเขาจะถูกจับเผาทั้งเป็น ดังนั้นเพื่อให้ผู้คนได้รู้ความจริงเขาจึงได้ทำการสร้างกล้องโทรทรรศร์เพื่อทีจะนำมาพิสูจน์ให้คนอื่นอื่นได้เห็นความจริงว่าที่จริงแล้วความคิดของเขาถูกต้อง

  ในตอนที่กาลิเลโอยังเป็นเด็กฐานะทางบ้านของเขาไม่ค่อยดีนัก พ่อของเขาเป็นเพียงนักดนตรีที่มีหนี้สินเยอะแยะมากมายและเขาจำเป็นต้องเข้าเรียนแพทย์ตามความต้องการของพ่อ เพราะพ่ออยากให้เขาเป็นที่พึ่งของคนในครอบครัวได้เพราะเขาเป็นลูกชายคนโต ซึ่งอันที่จริงแล้วกาลิเลโออยากจะบวชเป็นนักบวชมากกว่า แต่ในที่สุดเขาก็เข้าเรียนแพทย์ตามที่พ่อของเขาต้องการ แต่เมื่อเข้าเรียนแพทย์แล้วเขาก็เกิดเบื้อหน่ายวิชาการแพทย์เพราะเขาไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับการทอ่งจำ จึงได้หันมาสนใจเกี่ยวกับคณิตศาสตร์แทน

กาลิเลโอมักจะมีข้อซักถามมาถามอาจารย์ที่สอนอยู่เสมอและเขามักจะมีข้อมาโต้แย้งอาจารย์บ่อยๆจนทำให้หลายคนไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาสักเท่าไหร่ ซึ่งสุดท้ายแล้วแทนที่เขาจะเรียนจบแพทย์อย่างทีพ่อของเขาต้องการเขากลับเรียนจบคณิตศาสตร์แทนนั่นเอง 

 

ซึ่งเมื่อเขาจบมาแล้วเขาก็มาเป็นครูสอนคณิตศาสตร์

ซึ่งประวัติในการทดลองของกาลิเลโอนั้นเขาสามารถทดลองเกี่ยวกับกฏเพนดูลัมซึ่งในปัจจุบันนั้นได้นำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องของการทำนาฬืกานั่นเอง และที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาก็คือการที่เขาสามารถหาทฤษฏีมาหักล้างทฤษฎีของอลิสโตเติลได้เรื่องการสอนที่ว่าวัตถุที่หนักจะตกลงส่งพื้นเร็วกว่าวัตถุที่เบา

เพราะเขาไปทำการทดลองที่หอเอนแห่งเมืองปีซา แล้วพบว่าไม่เป็นความจริง แต่ในตอนนั้นที่เขาทำการพิสูจน์ให้คนทั่วไปได้เห็นนั้นส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครเชื่อเขา จนเขาได้ทำการทดลองและประดิษฐ์อุปกรณ์หลายๆอื่นขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ให้คนได้ดูจึงทำให้เขากลายเป็นนักวิทยศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

 

ขอขอบคุณเรื่องราวโดย  ole777

ประเพณีวันวาเลนไทน์วันแห่งความรัก

ประเพณีวันวาเลนไทน์วันแห่งความรัก

วันวาเลนไทน์หรือที่เรานั้นเรียกแบบสากลว่าวันนักบุญวาเลนไทน์  ที่ตรงกับวันที่ 14 เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งในแต่ละเทศโดยเฉพาะทางตะวันตกก็จะจัดให้มีการฉลองอย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย แต่ในปัจจุบันเทศกาลวันแห่งความรัก ก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกและก็นับได้ว่าเป็นวันสำคัญอีกวันของคู่ที่เขานั้นรักกัน  เพื่อน พี่น้อง หรือว่าคนในครอบครัวที่จะมอบความรักให้แก่กันซึ่งจะเป็นวันที่พิเศษอีกวันหนึ่งและวันวาเลนไทน์ตั้งแต่เดิมนั้นเป็นเพียงการเฉลิมฉลองให้กับนักบุญ

ความนิยมในวันแห่งความรัก  วันวาเลนไทน์นั้นเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับความรักในแบบโรแมนติกเป็นครั้งแรกในแวดวงสังคมซึ่งเป็นนักเขียนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งกวีนิพนธ์จนกลายมาเป็นวันแห่งความรักและได้มีการพัฒนาจนเฟื่องฟูขึ้นมามาเป็นตามลำดับซึ่งเป็นโอกาศที่เหมาะสมที่คู่รักจะได้แสดงความรักให้แก่กันด้วยดอกไม้  ขนม ลูกอม ๙อกโกแลต หรือว่าลูกกวาดรวมไปถึงการอวยพรส่งการ์ดอวยพรให้แก่กัน 

ประวัติวันวาเลนไทน์   เทศการวันวาเลนไทน์นั้นเริ่มแรกนั้นเกิดขึ้นเมื่อยุคครั้งที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจขณะนั้นเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ในทุกปี ซึ่งก็ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเพื่อเป็นเกียจแก่เทพเจ้าจูฬนผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน อีกทั้งยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลเฉลิมฉลองแห่งลูกเพอร์คาร์เลีย  เป็นวันที่หนุ่มสาวนั้นเลี้ยงงานสรรค์กัน และต่อมาในสมัยยุคที่ 2 แห่งกรุงโรม กษัตริย์ที่มีนิสัยใจคอนั้นดุร้ายอีกทั้งทรงนิยมในการทำศึกสงครามที่ต้องนองเลือดนั้นพระองค์นั้นได้ตระหนักว่าเหตุที่ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์เข้าร่วมกองทัพ

เนื่องมาจากว่าชายหนุ่มนั้นไม่อยากพลัดพรากจากคนที่ตนนั้นรักและครอบครัวไปจักรพรรดิที่ 2 นั้นได้ทรงมีคำสั่งห้ามไม่ให้จัดงานพิธีมั่นและแต่งงานขึ้นในกรุงโรมโดยเด็ดขาด  และด้วยคำสั่งนั้นทำให้ประชาชนนั้นเกิดความเครียดอย่างมากแต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ในยุคเดียวกันนั้นได้มีนักบุญรูปหนึ่งซึ่งเขานั้นอาศัยอยู่ในกรุงโรมและได้ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่

ด้วยความปรารถนาดีของวาเลนไทน์ที่มีต่อคู่รักที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้เองทำให้เขานั้นถูกจำคุกขัง ซึ่งในระหว่างที่เซนต์วาเลนไทน์ที่ต้องถูกจองจำเป็นนักโทษเขาก็ยังคงส่งคำอวยพรวาเลนไทน์ออกไปอย่างต่อเนื่องโดยเขาว่ากันว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักกับลูกสาวผู้คุมเรือนจำเธอนั้น

ได้มาเยี่ยมวาเลนไทน์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และได้ถูกตัดหัวโดยที่เขานั้นได้เขียนจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลียและลงท้ายว่า  from valentine และหลังจากนั้นเขาก็ถูกประหารชีวิตไป ซึ่งศพของเขานั้นได้เก็บไว้ที่โบสถ์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยที่จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์หรือว่าต้นอัลมอนด์สีชมผูไว้ใกล้ๆกับหลุกวาเลนตินัส ซึ่งเป็นคนรักของเธอและทุกวันนี้ต้นอัลมอนด์ก็ได้กลายเป็นตัวแทนแห่งความรักจนถึงปัจจุบัน  

 

สนับสนุนเรื่องราวจาก  alpha88

ประวัติวันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา หมายถึงการบูชา ในวันเพ็ญเดือน 3 เนื่องคล้ายวันวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปาติโมกข์ แก่พระภิกษุจำนวน  1250 รูป เพราะว่าวันมาฆูชานั้นมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันคือ จำนวนที่พระสงฆ์นั้นมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ  โดยมิได้นัดหมายกันและพระทั้งหมดนั้นเป็นพระอรหันต์ ส่วนที่ได้รับการอุปสมบท โดยตรงจากพระพุทธเจ้า ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้นซึ่งเป็นหลักการอุดมการณ์และวิธีการ)ฏิบัติที่นำไปใช้ได้ทุกสังคมเนื้อหา โดยที่สรุปความชั่วดี และทำความดี พร้อมกับมีจิตใจที่ผ่องใส  

คำว่าจาตุรงคสันนิบาต  แยกศัพท์คือ

 จาตุร  แปลว่า  4 องค์  แปลว่า  ส่วน สันนิบาต  แปลว่า  ประชุม 

ดังนั้นคำว่าจาตุรงคสันนิบาตจึงแปลว่า  การประชุมด้วยองค์ 4 กล่าวว่านั้นเกิดเรื่องที่มีควมอัศจรรย์ที่ไม่คาดคิดมีทั้ง 4 เหตุการณ์คือ 

  1.  เป็นวันที่พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้านั้นมาประชุมโดยมิได้นัดหมายเป็นจำนวน 1250 รูป 
  2. พระภิกษุสงฆ์นี้ล้วนเป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทา  คือเป็นที่พระพุทธเจ้านั้นบวชอุปสมบทให้ทั้งสิ้น
  3. โดยพระภิกษุสงฆ์นั้นที่มาเป็นพระที่บรรลุอรหันต์แล้วทุกองค์ 
  4. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ

ประวัติวันมาฆบูชา  หลังจากพระสัมมาพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ในวัน  15 ค่ำ เดือน 6 ทรงได้ประกาศเป็นวันสำคัญของศาสนา  ซึ่งให้พระอหันต์ทั้งหลายนั้นเหล่านั้นได้ระลึกถึงว่าวันนี้เป็นวันที่สำคัญของศาสนาพราหมณ์  อันเป็ฯศาสนาของตนอยู่เดิม ก่อนที่จะหันมานับถือพระธรรมวินัย ของพระพุทธเจ้า และในลัทธิศาสนาเดินนั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือนมาฆะเหล่าผู้ศรัทธาพราหมณลัทธินิยมนับถือกันว่าเป็นวันศิวาราตรีโดยทำการบูชาพระศิวะด้วยการลอยบาปหรือล้างบาปด้วยน้ำ พระอรหันต์เหล่านั้นซึ่งเคยปฏิบัติศิวาราตรีอยู่เดิม จึงพร้อมใจกันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยมิได้นัดหมาย 

โอวาทปาฏิโมกข์  หลักคำสอนของพระพุทธศาสนา หรือคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาซึ่งได้แก่ พระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง ที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหัต์ 1250 รูป ผู้ที่ไปประชุมโดยมิได้นัดหมาย  พรพพุทธเจ้าทรงแสงโอวาทแก่ผู้ผู้ที่ประชุมสงฆ์ตลอดมา เป็นเวลา 20 พรรษา ก่อนที่จะโปรดให้สวดปาฏิโมกข์อย่างปัจจุบันนี้แทนต่อมา 

พระพทุธรูปยืนกลางมณฑลมหาสังฆสันนิบาตในโบราณสถานวัดเวฬุวันมหาวิหาร  เมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร อินเดีย ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นสถานที่จาริกแสวงบุญสำคัญของชาวพุทธทั่วโลก เหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดในวันมาฆบูชา เกิดขึ้นภายในบริเวณที่ตั้งของ  กลุ่ม พุทธสถานโบราณวัดเวฬุวันมหาวิหาร ซึ่งอยู่ในบริเวณของวัดเวฬุวันมหาวิหาร 

วัดเวฬุวันมหาวิหาร   เป็นอาราม แห่งแรกในพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาบรรพตบนริมฝั่งแม่น้ำสรัสวดี ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อน คั่นอยู่ระหว่างกลาง นอกเขตกำแพงเมืองเก่าราชคฤห์  

 

 

สนับสนุนโดย รู้ทันบาคาร่า

การตกปลาน้ำจืด หรือ ปลาในแม่น้ำกร่อย 

หลักการและวิธีการตกปลาน้ำจืด หรือ ปลาในแม่น้ำกร่อย มีดังนี้

การตกปลาเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยก่อนหรือสมัยโบราณกาลและยังมีมาถึงปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือเด็กโตรวมไปจนถึงผู้ใหญ่ในวัยต่างๆก็มีความชื่นชอบในการตกปลาน้ำจืดหรือตามแม่ลำคลองต่างๆที่มีปลาอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งนั้น

สำหรับปลาในแม่น้ำจืดนั้นมีหลากหลายชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นชนิดหรือประเภทของปลาที่ชอบกินเนื้อ หรือ ปลาน้ำจืดที่ชอบกินพืชต่างๆ และยังรวมไปถึงปลาชนิดต่างๆ อย่างเช่นปลาชะโด ซึ่งเป็นปลาที่มีนิสัยดุร้ายมากและเป็นปลาที่ชอบกินเนื้อเป็นอาหารและยังเป็นปลาที่มีนิสัยดุร้ายในลำดับต้นๆของปลาน้ำจืดและจะมีนิสัยดุร้ายมากขึ้นก็ต่อเมื่อมีลูกหรือในช่วงฤดูการวางไข่

 

สำหรับปลาในน้ำเค็มที่เหล่านักตกปลานั้นต่างก็ชื่นชอบไม่แพ้น้ำจืดก็เห็นว่าจะเป็น ปลากะพง ที่นักตกปลานั้นชอบเป็นอย่างยิ่งเพราะปลากะพงนั้นเป็นปลาที่ไม่มีก้างเยอะมากเท่าไหร่นักไม่เหมือนกับปลาชนิดอื่นๆที่มีก้างเยอะไปทั้งตัว สำหรับปลากะพงนั้นยังนำไปทำอาหารได้หลากหลายอย่าง เช่น ปลากะพงทอดน้ำปลา หรือจะเป็น ปลากะพงนึ่งมะนาว หรือจะเป็นเมนูต่างๆที่ใช้ทำอาหารตามสถานที่ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง

ปลาเก๋านั้นเราสามารถพบเห็นได้ในลำน้ำกร่อย

ซึ่งสำหรับในบางคนก็อาจจะไม่เคยเห็นหรือพบเห็นที่ไหนมาก่อน สามารถพบเห็นได้ในลำน้ำทะเลหรือลำน้ำกร่อย ซึ่งปลาเก๋านั้นจะอาศัยอยู่ได้ไม่นาน แต่ก็ยังมีการปรับตัวได้ในส่วนชนิคของปลาเก๋า เนื่องจากปลาเก๋านั้นมีอยู่หลายชนิด หรือมีหลากหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังเป็นปลาที่มีราคาแพงและยังเป็นที่ต้องการของตลาด

ซึ่งเป็นปลาที่หายากมาก และมีรสชาติที่อร่อย ปลาเก๋านั้นยังมีสารอาหารที่ครบถ้วนหากได้นำมาทำอาหารแล้วละก็คุณจะลืมรสชาติของเนื้อปลาตัวอื่นๆเลยทีเดียว เนื้อของปลาเก๋านั้นจะมีความนุ่มและมีรสชาติที่ไม่เหมือนกับปลาทั่วไป

ปลาเก๋านั้นก็เป็นอีกหนึ่งปลาที่ชอบกินเนื้อชอบกินปลาเล็กและก็ยังมีนิสัยที่ดุร้ายไม่แพ้กับปลาชนิดอื่นๆ ซึ่งนักตกปลามักจะชอบใช้เหยื่อปลอมกันส่วนใหญ่ในการตกอีกทั้งปลาเก๋านั้นมีนิสัยที่ดุร้ายมากพอสมควรไม่แพ้กับปลาตัวอื่นๆ

สำหรับปลาต่างๆที่เราสามารถหาได้ในน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำจืดหรือน้ำเค็มก็ตาม เราควรนำมินแค่พอดีไม่ควรที่จะนำมาเหลือเพราะเราควรสงวนพันธ์ของมันไว้เพื่อไว้กินในภายภาคหน้าต่อไป

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100