ประเพณีกวนข้าวทิพย์

เชื่อว่าหลายคนเคยๆได้ยินประเพณีนี้ แต่อาจจะไม่ทราบก็ได้ว่าหมายถึงการทำอะไร การกวนข้าวทิพย์เป็นประเพณีที่จะเริ่มทำช่วงออกพรรษา เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี ความร่วมแรง ร่วมใจของคนในชุมชน  โดยการนำเอาวัสดุ หรืออาหารที่แต่ละบ้านมีมารวมกัน เมื่อแล้วเสร็จก็จะมีการนำมาบูชาพระพุทธเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคลของตนเองและครอบครัว ซึ่งคนไทยได้เริ่มทำมาตั้งแต่เมื่อครั้งสมัยสุโขทัย และต่อมาเริ่มเลือนหายไป โดยได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่เมื่อครั้งสมัยรัชกาลที่ 3 เหตุที่จัดในช่วงเดือน 10 หรือเดือนตุลาคม

เนื่องด้วยว่าเป็นช่วงที่ข้าวกำลังตั้งท้อง ออกร่วงเป็นน้ำนมข้าว ก็จะได้ความหอม ความใหม่ของข้าว โดยจะเอาข้าวมากวนรวมกับน้ำตาล น้ำอ้อย ถั่ว งา มะพร้าว หรือแม้แต่ผลไม้ที่มีตามท้องถิ่น หรือที่เรียกง่ายๆก็คือ หาอะไรมาได้ก็จะใช้เป็นส่วนประกอบทั้งหมด ขั้นตอนการทำก็คือต้องเป็นไปตามพิธีหรือความเชื่อของคนในท้องถิ่น โดยจะคัดเลือกหญิงสาวที่ยังเป็นพรหมจรรย์ ที่ยังไม่เคยผ่านการแต่งงาน หรือหญิงสาวที่บริสุทธิ์เป็นผู้ร่วมกวนข้าวทิพย์ ซึ่งต้องนุ่งขาวห่มขาว และในขณะนั้นพระก็จะแสดงพระธรรมเทศนาไปด้วย เป็นการฝึกสติและสมาธิไปในตัว

ใช้ระยะเวลาทั้งคืนในการทำ พอได้ข้าวทิพย์มาแล้วก็จะแจกจ่ายให้กับผู้ที่มาร่วมงาน  ถือว่าเป็นข้าวที่ผ่านการปลุกเสก เปรียบได้กับอาหารจากสวรรค์ ใครได้กินก็จะมีร่างกายที่แข็งแรง เทวดาปกปักรักษา เกิดความโชคดี มีโชคลาภต่างๆนาๆ รสชาติของข้าวทิพย์จะหอม หวานมัน เหนียวๆเนื้อ คล้ายๆกับมะม่วงกวน ซึ่งหากินได้ยากมาก และอีกอย่างหนึ่งการทำข้าวทิพย์มีนัยยะเพื่อระลึกถึงความศรัทธาต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่จัดทำขึ้นก่อนวันพระ 1 วัน ในวันขึ้น 14 ค่ำ โดยถือเป็นการถวายเป็นพุทธบูชาแก่พระพุทธเจ้า ซึ่งผลานิสงค์ของบุญที่ได้รับจะแรงกล้ามาก ตามตำนานของนางสุชาดาที่ถวายข้าวทิพย์มธุปายาส ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พุทธศาสนิกชนพร้อมใจกันจัดกิจกรรมการกวนข้าวทิพย์ จะได้แสดงออกถึงความกตัญญูและเทิดพระเกียรติของพระศาสดา

ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าวัดบางแห่งก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามนี้ไว้อยู่ แต่บางที่ก็ไม่ได้ทำแล้ว เนื่องจากขั้นตอนการทำค่อนข้างยุ่งยาก และความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนเริ่มลดน้อยลง ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับกิจกรรมนี้เท่าไหร่ และต้องใช้วัตถุดิบค่อนข้างเยอะและหลากหลายในการทำ อาจจะไม่สะดวก และเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันที่ค่อนข้างจะซบเซามากขึ้น ผู้คนสนใจการทำมาหาเลี้ยงชีพมากกว่าการทำบุญและการสละเวลาเพื่อมาร่วมงาน 

 

สนับสนุนมาจาก   แทงหวยออนไลน์