ประวัติของ กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei)

ประวัติของ กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) มีดังนี้

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกับ กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เขาเป็นคนอิตาลีโดยเกิดเมือวันที่ 15 เดือนกุมภาพันธ์ ปีคริสต์ศักราช 1564  และเสียชีวิตลงในวันที่ 8 เดือนมกราคม ปีคริสต์ศักราช 1642 รวมอายุของเขาแล้ว 77 ปี สำหรับกาลิเลโอ เขาเป็นคนที่มีความเชื่อที่ว่าพระอาทิตย์และดวงจันทร์หมุนรอบโลก

ซึ่งก่อนหน้านั้นมีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านต่างก็มีความเชื่อกันว่า ดาวเคราะห์เป็นฝ่ายที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ แต่เมื่อกาลิเลโอ ออกมาบอกกล่าวทฤษฎีของเขากลายเป็นว่ามีแต่คนที่ต่อต้านเขากันหมดจนถึงขนาดที่ห้ามเขาสอนนักศึกษาเกี่ยวกับทฤษฏีนี้เด็ดขาดและหากเขาฝ่าฝืนเขาจะถูกจับเผาทั้งเป็น ดังนั้นเพื่อให้ผู้คนได้รู้ความจริงเขาจึงได้ทำการสร้างกล้องโทรทรรศร์เพื่อทีจะนำมาพิสูจน์ให้คนอื่นอื่นได้เห็นความจริงว่าที่จริงแล้วความคิดของเขาถูกต้อง

  ในตอนที่กาลิเลโอยังเป็นเด็กฐานะทางบ้านของเขาไม่ค่อยดีนัก พ่อของเขาเป็นเพียงนักดนตรีที่มีหนี้สินเยอะแยะมากมายและเขาจำเป็นต้องเข้าเรียนแพทย์ตามความต้องการของพ่อ เพราะพ่ออยากให้เขาเป็นที่พึ่งของคนในครอบครัวได้เพราะเขาเป็นลูกชายคนโต ซึ่งอันที่จริงแล้วกาลิเลโออยากจะบวชเป็นนักบวชมากกว่า แต่ในที่สุดเขาก็เข้าเรียนแพทย์ตามที่พ่อของเขาต้องการ แต่เมื่อเข้าเรียนแพทย์แล้วเขาก็เกิดเบื้อหน่ายวิชาการแพทย์เพราะเขาไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับการทอ่งจำ จึงได้หันมาสนใจเกี่ยวกับคณิตศาสตร์แทน

กาลิเลโอมักจะมีข้อซักถามมาถามอาจารย์ที่สอนอยู่เสมอและเขามักจะมีข้อมาโต้แย้งอาจารย์บ่อยๆจนทำให้หลายคนไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาสักเท่าไหร่ ซึ่งสุดท้ายแล้วแทนที่เขาจะเรียนจบแพทย์อย่างทีพ่อของเขาต้องการเขากลับเรียนจบคณิตศาสตร์แทนนั่นเอง 

 

ซึ่งเมื่อเขาจบมาแล้วเขาก็มาเป็นครูสอนคณิตศาสตร์

ซึ่งประวัติในการทดลองของกาลิเลโอนั้นเขาสามารถทดลองเกี่ยวกับกฏเพนดูลัมซึ่งในปัจจุบันนั้นได้นำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องของการทำนาฬืกานั่นเอง และที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาก็คือการที่เขาสามารถหาทฤษฏีมาหักล้างทฤษฎีของอลิสโตเติลได้เรื่องการสอนที่ว่าวัตถุที่หนักจะตกลงส่งพื้นเร็วกว่าวัตถุที่เบา

เพราะเขาไปทำการทดลองที่หอเอนแห่งเมืองปีซา แล้วพบว่าไม่เป็นความจริง แต่ในตอนนั้นที่เขาทำการพิสูจน์ให้คนทั่วไปได้เห็นนั้นส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครเชื่อเขา จนเขาได้ทำการทดลองและประดิษฐ์อุปกรณ์หลายๆอื่นขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ให้คนได้ดูจึงทำให้เขากลายเป็นนักวิทยศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

 

ขอขอบคุณเรื่องราวโดย  ole777

ประวัติวันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา หมายถึงการบูชา ในวันเพ็ญเดือน 3 เนื่องคล้ายวันวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปาติโมกข์ แก่พระภิกษุจำนวน  1250 รูป เพราะว่าวันมาฆูชานั้นมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันคือ จำนวนที่พระสงฆ์นั้นมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ  โดยมิได้นัดหมายกันและพระทั้งหมดนั้นเป็นพระอรหันต์ ส่วนที่ได้รับการอุปสมบท โดยตรงจากพระพุทธเจ้า ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้นซึ่งเป็นหลักการอุดมการณ์และวิธีการ)ฏิบัติที่นำไปใช้ได้ทุกสังคมเนื้อหา โดยที่สรุปความชั่วดี และทำความดี พร้อมกับมีจิตใจที่ผ่องใส  

คำว่าจาตุรงคสันนิบาต  แยกศัพท์คือ

 จาตุร  แปลว่า  4 องค์  แปลว่า  ส่วน สันนิบาต  แปลว่า  ประชุม 

ดังนั้นคำว่าจาตุรงคสันนิบาตจึงแปลว่า  การประชุมด้วยองค์ 4 กล่าวว่านั้นเกิดเรื่องที่มีควมอัศจรรย์ที่ไม่คาดคิดมีทั้ง 4 เหตุการณ์คือ 

  1.  เป็นวันที่พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้านั้นมาประชุมโดยมิได้นัดหมายเป็นจำนวน 1250 รูป 
  2. พระภิกษุสงฆ์นี้ล้วนเป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทา  คือเป็นที่พระพุทธเจ้านั้นบวชอุปสมบทให้ทั้งสิ้น
  3. โดยพระภิกษุสงฆ์นั้นที่มาเป็นพระที่บรรลุอรหันต์แล้วทุกองค์ 
  4. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ

ประวัติวันมาฆบูชา  หลังจากพระสัมมาพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ในวัน  15 ค่ำ เดือน 6 ทรงได้ประกาศเป็นวันสำคัญของศาสนา  ซึ่งให้พระอหันต์ทั้งหลายนั้นเหล่านั้นได้ระลึกถึงว่าวันนี้เป็นวันที่สำคัญของศาสนาพราหมณ์  อันเป็ฯศาสนาของตนอยู่เดิม ก่อนที่จะหันมานับถือพระธรรมวินัย ของพระพุทธเจ้า และในลัทธิศาสนาเดินนั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือนมาฆะเหล่าผู้ศรัทธาพราหมณลัทธินิยมนับถือกันว่าเป็นวันศิวาราตรีโดยทำการบูชาพระศิวะด้วยการลอยบาปหรือล้างบาปด้วยน้ำ พระอรหันต์เหล่านั้นซึ่งเคยปฏิบัติศิวาราตรีอยู่เดิม จึงพร้อมใจกันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยมิได้นัดหมาย 

โอวาทปาฏิโมกข์  หลักคำสอนของพระพุทธศาสนา หรือคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาซึ่งได้แก่ พระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง ที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหัต์ 1250 รูป ผู้ที่ไปประชุมโดยมิได้นัดหมาย  พรพพุทธเจ้าทรงแสงโอวาทแก่ผู้ผู้ที่ประชุมสงฆ์ตลอดมา เป็นเวลา 20 พรรษา ก่อนที่จะโปรดให้สวดปาฏิโมกข์อย่างปัจจุบันนี้แทนต่อมา 

พระพทุธรูปยืนกลางมณฑลมหาสังฆสันนิบาตในโบราณสถานวัดเวฬุวันมหาวิหาร  เมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร อินเดีย ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นสถานที่จาริกแสวงบุญสำคัญของชาวพุทธทั่วโลก เหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดในวันมาฆบูชา เกิดขึ้นภายในบริเวณที่ตั้งของ  กลุ่ม พุทธสถานโบราณวัดเวฬุวันมหาวิหาร ซึ่งอยู่ในบริเวณของวัดเวฬุวันมหาวิหาร 

วัดเวฬุวันมหาวิหาร   เป็นอาราม แห่งแรกในพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาบรรพตบนริมฝั่งแม่น้ำสรัสวดี ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อน คั่นอยู่ระหว่างกลาง นอกเขตกำแพงเมืองเก่าราชคฤห์  

 

 

สนับสนุนโดย รู้ทันบาคาร่า

เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ที่อุทยานแห่งชาติ เขาสก

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ

เยี่ยมชมป่าเขาลำเนาไพรแล้วละก็ ไม่ควรที่จะพลาดการมาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติ เขาสก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และอยู่ใกล้กับเขื่อนเชี่ยวหลานที่มีฉายากุ้ยหลินเมืองไทย สำหรับบรรยากาศของที่นี่จะเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธ์ มีสัตว์ป่ามากมาย ลักษณะของที่นี่จะเป็นภูเขาดินกับหินปูนขึ้นสลับกันไปมา มีภูเขาสูงชั้นหลายจุด สำหรับอุทยานแห่งชาติเขาสก แต่เดิมชาวบ้านเรียก บ้านศพ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นบ้านศก แล้วถึงมาใช้ชื่อปัจจุบันว่าเขาสก โดยที่นี่มีประวัติความเป็นมาเล่ากันว่า ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 2 ชาวบ้านได้หนีทหารพม่ามาตั้งที่ทำกินกันในบริเวณนี้

แต่ไม่นานก็เกิดโรคระบาดขึ้นทำให้มีคนตายเป็นจำนวนมาก ที่นี่จึงกลายเป็นหมู่บ้านร้างและในช่วงปี พ.ศ. 2504 มีการทำถนนตัดผ่านที่นี่ ทำให้คนงานที่มาสร้างถนนเข้ามาสร้างเพิงที่พักเมื่อมีคนเริ่มมาพักอาศัยจึงมีชาวบ้านเริ่มมาจับจองพื้นที่กันมากขึ้น เมื่อมีคนเยอะต่างก็พากันล่าสัตว์กันมากขึ้น ทางราชการจึงได้เริ่มมีการเข้ามาสำรวจพื้นที่และพบว่าป่าที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีสัตว์ป่านานพันธ์และมีน้ำตกที่สวยงาม

จึงต้องการที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติแบบนี้ไว้ เพื่อให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และเพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ จึงได้ตั้งที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติขี้นในปี พ.ศ. 2519 และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมความงามของธรรมชาติและเห็นวิถีชีวิตของสัตว์ป่า

ที่อุทยานแห่งชาติเขาสกจะมีจุดให้ท่องเที่ยวมากมาย เช่น  น้ำตกบางหัวแรด น้ำตกวิ่งหิน น้ำตกโตนกลอย น้ำตกโตนไทร น้ำตกธารสวรรค์  น้ำตกสิบเอ็ดชั้น และน้ำตกแม่ยาย

ซึ่งน้ำตกแต่ละที่จะมีความงดงามแตกต่างกัน การเดินทางไปก็สามารถขับรถยนต์เข้าไปได้  ส่วนเรื่องชองที่พักนั้น ที่อุทยานแห่งชาติ เขาสก จะมีที่พักให้พักค้างคืนได้หลายจุด โดยมีที่พักเป็นเรือนแพคอยให้บริการ นอกจากตื่นเช้ามาเราจะได้พบกับความสวยงามของพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นน้ำแล้ว ในยามเช้าเราจะเห็นฝูงสัตว์ป่าน้อยใหญ่ พากันมากินน้ำริมแม่น้ำใกล้กับที่พักของเราได้ด้วย

และที่นี่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานยังได้เตรียมกิจกรรมการท่องเที่ยวไว้เตรียมต้อนรับเรามากมาย เช่นการพายเรือคายัค  หรือการเยี่ยมชมสัตว์ป่า สัตว์น้ำ

 อุทยานแห่งชาติ เขาสก อยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เราควรอนุรักษ์ไว้

ดังนั้น การเข้าไปท่องเที่ยวจึงควรรักษาความเป็นธรรมชาติไว้ด้วยการไม่นำขยะไปทิ้งในสถานที่เราเข้าไปเที่ยว เพื่อให้ธรรมชาติยังคงความเป็นธรรมชาติ 

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆโดย แทงมวยสด