ประวัติของ กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei)

ประวัติของ กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) มีดังนี้

ประวัติของ กาลิเลโอ เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกับ กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เขาเป็นคนอิตาลีโดยเกิดเมือวันที่ 15 เดือนกุมภาพันธ์ ปีคริสต์ศักราช 1564  และเสียชีวิตลงในวันที่ 8 เดือนมกราคม ปีคริสต์ศักราช 1642 รวมอายุของเขาแล้ว 77 ปี สำหรับกาลิเลโอ เขาเป็นคนที่มีความเชื่อที่ว่าพระอาทิตย์และดวงจันทร์หมุนรอบโลก

ประวัติของ กาลิเลโอ

  แต่เมื่อกาลิเลโอ ออกมาบอกกล่าวทฤษฎีของเขากลายเป็นว่ามีแต่คนที่ต่อต้านเขากันหมดจนถึงขนาดที่ห้ามเขาสอนนักศึกษาเกี่ยวกับทฤษฏีนี้เด็ดขาดและหากเขาฝ่าฝืนเขาจะถูกจับเผาทั้งเป็น ดังนั้นเพื่อให้ผู้คนได้รู้ความจริงเขาจึงได้ทำการสร้างกล้องโทรทรรศร์เพื่อทีจะนำมาพิสูจน์ให้คนอื่นอื่นได้เห็นความจริงว่าที่จริงแล้วความคิดของเขาถูกต้อง

  ในตอนที่กาลิเลโอยังเป็นเด็กฐานะทางบ้านของเขาไม่ค่อยดีนัก พ่อของเขาเป็นเพียงนักดนตรีที่มีหนี้สินเยอะแยะมากมายและเขาจำเป็นต้องเข้าเรียนแพทย์ตามความต้องการของพ่อ เพราะพ่ออยากให้เขาเป็นที่พึ่งของคนในครอบครัวได้เพราะเขาเป็นลูกชายคนโต ซึ่งอันที่จริงแล้วกาลิเลโออยากจะบวชเป็นนักบวชมากกว่า แต่ในที่สุดเขาก็เข้าเรียนแพทย์ตามที่พ่อของเขาต้องการ แต่เมื่อเข้าเรียนแพทย์แล้วเขาก็เกิดเบื้อหน่ายวิชาการแพทย์เพราะเขาไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับการทอ่งจำ จึงได้หันมาสนใจเกี่ยวกับคณิตศาสตร์แทน

กาลิเลโอมักจะมีข้อซักถามมาถามอาจารย์ที่สอนอยู่เสมอและเขามักจะมีข้อมาโต้แย้งอาจารย์บ่อยๆจนทำให้หลายคนไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาสักเท่าไหร่ ซึ่งสุดท้ายแล้วแทนที่เขาจะเรียนจบแพทย์อย่างทีพ่อของเขาต้องการเขากลับเรียนจบคณิตศาสตร์แทนนั่นเอง 

ซึ่งเมื่อเขาจบมาแล้วเขาก็มาเป็นครูสอนคณิตศาสตร์

ซึ่งประวัติในการทดลองของกาลิเลโอนั้นเขาสามารถทดลองเกี่ยวกับกฏเพนดูลัมซึ่งในปัจจุบันนั้นได้นำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องของการทำนาฬืกานั่นเอง และที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาก็คือการที่เขาสามารถหาทฤษฏีมาหักล้างทฤษฎีของอลิสโตเติลได้เรื่องการสอนที่ว่าวัตถุที่หนักจะตกลงส่งพื้นเร็วกว่าวัตถุที่เบา

เพราะเขาไปทำการทดลองที่หอเอนแห่งเมืองปีซา แล้วพบว่าไม่เป็นความจริง แต่ในตอนนั้นที่เขาทำการพิสูจน์ให้คนทั่วไปได้เห็นนั้นส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครเชื่อเขา จนเขาได้ทำการทดลองและประดิษฐ์อุปกรณ์หลายๆอื่นขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ให้คนได้ดูจึงทำให้เขากลายเป็นนักวิทยศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

ประเพณีวันวาเลนไทน์วันแห่งความรัก

ประเพณีวันวาเลนไทน์วันแห่งความรัก

วันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์ หรือที่เรานั้นเรียกแบบสากลว่าวันนักบุญวาเลนไทน์  ที่ตรงกับวันที่ 14 เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งในแต่ละเทศโดยเฉพาะทางตะวันตกก็จะจัดให้มีการฉลองอย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย แต่ในปัจจุบันเทศกาลวันแห่งความรัก ก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกและก็นับได้ว่าเป็นวันสำคัญอีกวันของคู่ที่เขานั้นรักกัน  เพื่อน พี่น้อง หรือว่าคนในครอบครัวที่จะมอบความรักให้แก่กันซึ่งจะเป็นวันที่พิเศษอีกวันหนึ่งและวันวาเลนไทน์ตั้งแต่เดิมนั้นเป็นเพียงการเฉลิมฉลองให้กับนักบุญ

ความนิยมในวันแห่งความรัก  วันวาเลนไทน์นั้นเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับความรักในแบบโรแมนติกเป็นครั้งแรกในแวดวงสังคมซึ่งเป็นนักเขียนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งกวีนิพนธ์จนกลายมาเป็นวันแห่งความรักและได้มีการพัฒนาจนเฟื่องฟูขึ้นมามาเป็นตามลำดับซึ่งเป็นโอกาศที่เหมาะสมที่คู่รักจะได้แสดงความรักให้แก่กันด้วยดอกไม้  ขนม ลูกอม ๙อกโกแลต หรือว่าลูกกวาดรวมไปถึงการอวยพรส่งการ์ดอวยพรให้แก่กัน 

ประวัติวันวาเลนไทน์   เทศการวันวาเลนไทน์นั้นเริ่มแรกนั้นเกิดขึ้นเมื่อยุคครั้งที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจขณะนั้นเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ในทุกปี ซึ่งก็ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเพื่อเป็นเกียจแก่เทพเจ้าจูฬนผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน อีกทั้งยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลเฉลิมฉลองแห่งลูกเพอร์คาร์เลีย  เป็นวันที่หนุ่มสาวนั้นเลี้ยงงานสรรค์กัน และต่อมาในสมัยยุคที่ 2 แห่งกรุงโรม กษัตริย์ที่มีนิสัยใจคอนั้นดุร้ายอีกทั้งทรงนิยมในการทำศึกสงครามที่ต้องนองเลือดนั้นพระองค์นั้นได้ตระหนักว่าเหตุที่ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์เข้าร่วมกองทัพ

เนื่องมาจากว่าชายหนุ่มนั้นไม่อยากพลัดพรากจากคนที่ตนนั้นรักและครอบครัวไปจักรพรรดิที่ 2 นั้นได้ทรงมีคำสั่งห้ามไม่ให้จัดงานพิธีมั่นและแต่งงานขึ้นในกรุงโรมโดยเด็ดขาด  และด้วยคำสั่งนั้นทำให้ประชาชนนั้นเกิดความเครียดอย่างมากแต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ในยุคเดียวกันนั้นได้มีนักบุญรูปหนึ่งซึ่งเขานั้นอาศัยอยู่ในกรุงโรมและได้ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่

ด้วยความปรารถนาดีของวาเลนไทน์ที่มีต่อคู่รักที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้เองทำให้เขานั้นถูกจำคุกขัง ซึ่งในระหว่างที่เซนต์วาเลนไทน์ที่ต้องถูกจองจำเป็นนักโทษเขาก็ยังคงส่งคำอวยพรวาเลนไทน์ออกไปอย่างต่อเนื่องโดยเขาว่ากันว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักกับลูกสาวผู้คุมเรือนจำเธอนั้น

ได้มาเยี่ยมวาเลนไทน์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และได้ถูกตัดหัวโดยที่เขานั้นได้เขียนจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลียและลงท้ายว่า  from valentine และหลังจากนั้นเขาก็ถูกประหารชีวิตไป ซึ่งศพของเขานั้นได้เก็บไว้ที่โบสถ์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยที่จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์หรือว่าต้นอัลมอนด์สีชมผูไว้ใกล้ๆกับหลุกวาเลนตินัส ซึ่งเป็นคนรักของเธอและทุกวันนี้ต้นอัลมอนด์ก็ได้กลายเป็นตัวแทนแห่งความรักจนถึงปัจจุบัน  

ประวัติวันมาฆบูชา

ประวัติวันมาฆบูชา หมายถึงการบูชา ในวันเพ็ญเดือน 3 เนื่องคล้ายวันวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปาติโมกข์ แก่พระภิกษุจำนวน  1250 รูป เพราะว่าวันมาฆูชานั้นมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันคือ จำนวนที่พระสงฆ์นั้นมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ  โดยมิได้นัดหมายกันและพระทั้งหมดนั้นเป็นพระอรหันต์ ส่วนที่ได้รับการอุปสมบท โดยตรงจากพระพุทธเจ้า ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้นซึ่งเป็นหลักการอุดมการณ์และวิธีการ)ฏิบัติที่นำไปใช้ได้ทุกสังคมเนื้อหา โดยที่สรุปความชั่วดี และทำความดี พร้อมกับมีจิตใจที่ผ่องใส  

ประวัติวันมาฆบูชา

คำว่าจาตุรงคสันนิบาต  แยกศัพท์คือ

 จาตุร  แปลว่า  4 องค์  แปลว่า  ส่วน สันนิบาต  แปลว่า  ประชุม 

ดังนั้นคำว่าจาตุรงคสันนิบาตจึงแปลว่า  การประชุมด้วยองค์ 4 กล่าวว่านั้นเกิดเรื่องที่มีควมอัศจรรย์ที่ไม่คาดคิดมีทั้ง 4 เหตุการณ์คือ 

  1.  เป็นวันที่พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้านั้นมาประชุมโดยมิได้นัดหมายเป็นจำนวน 1250 รูป 
  2. พระภิกษุสงฆ์นี้ล้วนเป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทา  คือเป็นที่พระพุทธเจ้านั้นบวชอุปสมบทให้ทั้งสิ้น
  3. โดยพระภิกษุสงฆ์นั้นที่มาเป็นพระที่บรรลุอรหันต์แล้วทุกองค์ 
  4. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ

ประวัติวันมาฆบูชา  หลังจากพระสัมมาพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ในวัน  15 ค่ำ เดือน 6 ทรงได้ประกาศเป็นวันสำคัญของศาสนา  ซึ่งให้พระอหันต์ทั้งหลายนั้นเหล่านั้นได้ระลึกถึงว่าวันนี้เป็นวันที่สำคัญของศาสนาพราหมณ์  อันเป็ฯศาสนาของตนอยู่เดิม ก่อนที่จะหันมานับถือพระธรรมวินัย ของพระพุทธเจ้า และในลัทธิศาสนาเดินนั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือนมาฆะเหล่าผู้ศรัทธาพราหมณลัทธินิยมนับถือกันว่าเป็นวันศิวาราตรีโดยทำการบูชาพระศิวะด้วยการลอยบาปหรือล้างบาปด้วยน้ำ พระอรหันต์เหล่านั้นซึ่งเคยปฏิบัติศิวาราตรีอยู่เดิม จึงพร้อมใจกันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยมิได้นัดหมาย 

โอวาทปาฏิโมกข์  หลักคำสอนของพระพุทธศาสนา หรือคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาซึ่งได้แก่ พระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง ที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหัต์ 1250 รูป ผู้ที่ไปประชุมโดยมิได้นัดหมาย  พรพพุทธเจ้าทรงแสงโอวาทแก่ผู้ผู้ที่ประชุมสงฆ์ตลอดมา เป็นเวลา 20 พรรษา ก่อนที่จะโปรดให้สวดปาฏิโมกข์อย่างปัจจุบันนี้แทนต่อมา 

พระพทุธรูปยืนกลางมณฑลมหาสังฆสันนิบาตในโบราณสถานวัดเวฬุวันมหาวิหาร  เมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร อินเดีย ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นสถานที่จาริกแสวงบุญสำคัญของชาวพุทธทั่วโลก เหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดในวันมาฆบูชา เกิดขึ้นภายในบริเวณที่ตั้งของ  กลุ่ม พุทธสถานโบราณวัดเวฬุวันมหาวิหาร ซึ่งอยู่ในบริเวณของวัดเวฬุวันมหาวิหาร 

วัดเวฬุวันมหาวิหาร   เป็นอาราม แห่งแรกในพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาบรรพตบนริมฝั่งแม่น้ำสรัสวดี ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อน คั่นอยู่ระหว่างกลาง นอกเขตกำแพงเมืองเก่าราชคฤห์  

สนับสนุนโดย รู้ทันบาคาร่า

การตกปลาน้ำจืด หรือ ปลาในแม่น้ำกร่อย 

หลักการและวิธีการตกปลาน้ำจืด หรือ ปลาในแม่น้ำกร่อย มีดังนี้

ตกปลาน้ำจืดน้ำกร่อย การตกปลาเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยก่อนหรือสมัยโบราณกาลและยังมีมาถึงปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือเด็กโตรวมไปจนถึงผู้ใหญ่ในวัยต่างๆก็มีความชื่นชอบในการตกปลาน้ำจืดหรือตามแม่ลำคลองต่างๆที่มีปลาอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งนั้น

สำหรับปลาในแม่น้ำจืดนั้นมีหลากหลายชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นชนิดหรือประเภทของปลาที่ชอบกินเนื้อ หรือ ปลาน้ำจืดที่ชอบกินพืชต่างๆ และยังรวมไปถึงปลาชนิดต่างๆ อย่างเช่นปลาชะโด ซึ่งเป็นปลาที่มีนิสัยดุร้ายมากและเป็นปลาที่ชอบกินเนื้อเป็นอาหารและยังเป็นปลาที่มีนิสัยดุร้ายในลำดับต้นๆของปลาน้ำจืดและจะมีนิสัยดุร้ายมากขึ้นก็ต่อเมื่อมีลูกหรือในช่วงฤดูการวางไข่

สำหรับปลาในน้ำเค็มที่เหล่านักตกปลานั้นต่างก็ชื่นชอบไม่แพ้น้ำจืดก็เห็นว่าจะเป็น ปลากะพง ที่นักตกปลานั้นชอบเป็นอย่างยิ่งเพราะปลากะพงนั้นเป็นปลาที่ไม่มีก้างเยอะมากเท่าไหร่นักไม่เหมือนกับปลาชนิดอื่นๆที่มีก้างเยอะไปทั้งตัว สำหรับปลากะพงนั้นยังนำไปทำอาหารได้หลากหลายอย่าง เช่น ปลากะพงทอดน้ำปลา หรือจะเป็น ปลากะพงนึ่งมะนาว หรือจะเป็นเมนูต่างๆที่ใช้ทำอาหารตามสถานที่ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง

ตกปลาน้ำจืดน้ำกร่อย

ปลาเก๋านั้นเราสามารถพบเห็นได้ในลำน้ำกร่อย

ซึ่งสำหรับในบางคนก็อาจจะไม่เคยเห็นหรือพบเห็นที่ไหนมาก่อน สามารถพบเห็นได้ในลำน้ำทะเลหรือลำน้ำกร่อย ซึ่งปลาเก๋านั้นจะอาศัยอยู่ได้ไม่นาน แต่ก็ยังมีการปรับตัวได้ในส่วนชนิคของปลาเก๋า เนื่องจากปลาเก๋านั้นมีอยู่หลายชนิด หรือมีหลากหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังเป็นปลาที่มีราคาแพงและยังเป็นที่ต้องการของตลาด

ซึ่งเป็นปลาที่หายากมาก และมีรสชาติที่อร่อย ปลาเก๋านั้นยังมีสารอาหารที่ครบถ้วนหากได้นำมาทำอาหารแล้วละก็คุณจะลืมรสชาติของเนื้อปลาตัวอื่นๆเลยทีเดียว เนื้อของปลาเก๋านั้นจะมีความนุ่มและมีรสชาติที่ไม่เหมือนกับปลาทั่วไป

ปลาเก๋านั้นก็เป็นอีกหนึ่งปลาที่ชอบกินเนื้อชอบกินปลาเล็กและก็ยังมีนิสัยที่ดุร้ายไม่แพ้กับปลาชนิดอื่นๆ ซึ่งนักตกปลามักจะชอบใช้เหยื่อปลอมกันส่วนใหญ่ในการตกอีกทั้งปลาเก๋านั้นมีนิสัยที่ดุร้ายมากพอสมควรไม่แพ้กับปลาตัวอื่นๆ

สำหรับปลาต่างๆที่เราสามารถหาได้ในน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำจืดหรือน้ำเค็มก็ตาม เราควรนำมินแค่พอดีไม่ควรที่จะนำมาเหลือเพราะเราควรสงวนพันธ์ของมันไว้เพื่อไว้กินในภายภาคหน้าต่อไป

สนับสนุนเรื่องราวโดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ที่อุทยานแห่งชาติ เขาสก

เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ

เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ เยี่ยมชมป่าเขาลำเนาไพรแล้วละก็ ไม่ควรที่จะพลาดการมาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติ เขาสก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และอยู่ใกล้กับเขื่อนเชี่ยวหลานที่มีฉายากุ้ยหลินเมืองไทย สำหรับบรรยากาศของที่นี่จะเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธ์ มีสัตว์ป่ามากมาย ลักษณะของที่นี่จะเป็นภูเขาดินกับหินปูนขึ้นสลับกันไปมา มีภูเขาสูงชั้นหลายจุด สำหรับอุทยานแห่งชาติเขาสก แต่เดิมชาวบ้านเรียก บ้านศพ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นบ้านศก แล้วถึงมาใช้ชื่อปัจจุบันว่าเขาสก โดยที่นี่มีประวัติความเป็นมาเล่ากันว่า ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 2 ชาวบ้านได้หนีทหารพม่ามาตั้งที่ทำกินกันในบริเวณนี้

แต่ไม่นานก็เกิดโรคระบาดขึ้นทำให้มีคนตายเป็นจำนวนมาก ที่นี่จึงกลายเป็นหมู่บ้านร้างและในช่วงปี พ.ศ. 2504 มีการทำถนนตัดผ่านที่นี่ ทำให้คนงานที่มาสร้างถนนเข้ามาสร้างเพิงที่พักเมื่อมีคนเริ่มมาพักอาศัยจึงมีชาวบ้านเริ่มมาจับจองพื้นที่กันมากขึ้น เมื่อมีคนเยอะต่างก็พากันล่าสัตว์กันมากขึ้น ทางราชการจึงได้เริ่มมีการเข้ามาสำรวจพื้นที่และพบว่าป่าที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีสัตว์ป่านานพันธ์และมีน้ำตกที่สวยงาม

จึงต้องการที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติแบบนี้ไว้ เพื่อให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และเพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ จึงได้ตั้งที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติขี้นในปี พ.ศ. 2519 และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมความงามของธรรมชาติและเห็นวิถีชีวิตของสัตว์ป่า

ที่อุทยานแห่งชาติเขาสกจะมีจุดให้ท่องเที่ยวมากมาย เช่น  น้ำตกบางหัวแรด น้ำตกวิ่งหิน น้ำตกโตนกลอย น้ำตกโตนไทร น้ำตกธารสวรรค์  น้ำตกสิบเอ็ดชั้น และน้ำตกแม่ยาย

ซึ่งน้ำตกแต่ละที่จะมีความงดงามแตกต่างกัน การเดินทางไปก็สามารถขับรถยนต์เข้าไปได้  ส่วนเรื่องชองที่พักนั้น ที่อุทยานแห่งชาติ เขาสก จะมีที่พักให้พักค้างคืนได้หลายจุด โดยมีที่พักเป็นเรือนแพคอยให้บริการ นอกจากตื่นเช้ามาเราจะได้พบกับความสวยงามของพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นน้ำแล้ว ในยามเช้าเราจะเห็นฝูงสัตว์ป่าน้อยใหญ่ พากันมากินน้ำริมแม่น้ำใกล้กับที่พักของเราได้ด้วย

และที่นี่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานยังได้เตรียมกิจกรรมการท่องเที่ยวไว้เตรียมต้อนรับเรามากมาย เช่นการพายเรือคายัค  หรือการเยี่ยมชมสัตว์ป่า สัตว์น้ำ

 อุทยานแห่งชาติ เขาสก อยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เราควรอนุรักษ์ไว้

ดังนั้น การเข้าไปท่องเที่ยวจึงควรรักษาความเป็นธรรมชาติไว้ด้วยการไม่นำขยะไปทิ้งในสถานที่เราเข้าไปเที่ยว เพื่อให้ธรรมชาติยังคงความเป็นธรรมชาติ 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆโดย แทงมวยสด

ประเพณีขอฟ้าขอฝน

ประเพณีขอฟ้าขอฝน ประเทศไทยเป็นประเทศที่ทำเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ประเทศไทยจึงผูกพันธ์กับเรื่องธรรมชาติ ดิน ฟ้า อากาศ เพราะชาวนาชาวไร่เองก็ต้องอาศัยปัจจัยที่มาจากธรรมเป็นตัวช่วยให้ผลผลิตออกได้อย่างเต็ม ดังนั้นจึงมีความเชื่อต่างๆมากมายเกี่ยวกรขอขมาการขอฟ้าขอฝนเกิดขึ้น

ประเพณีขอฟ้าขอฝน

ในทางภาคอีสานนั้นในช่วงเดือนที่แล้งจัดๆ และด้วยอากาศที่ร้อนทำให้เกิดพิธีการเรียกฟ้าเรียกฝนเกิดขึ้น

และประเพณีที่เราพอจะคุ้นเคยกันอยู่บ้างนั้นก็คือ ประเพณีแห่บั้งไฟพญานาค เป็นประเพณีที่จัดต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน โดยประเพณีนี้จะจัดขึ้นในช่วงเดือน 6 หรือย่างเข้าสู่ฤดูฝน เป็นต้น เพราะช่วงนี้จะมีอากาศที่ร้อนและแล้งฝน จึงได้ทำการแห่บั้งไฟเพื่อเรียกฝนจาดพญาแถน ตามตำนานเล่าว่าในสมัยอดีตกาลนั้นพญาแถนเป็นผู้ที่คอยมีหน้าที่ดูแลเรื่องฟ้าเรื่องฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล เนื่องจากชาวบ้านนั้นมีความเชื่อว่าโลกมนุษย์ของเรานั้นอยุ่ภายใต้การดูแลปกป้องจากเทวดาหากฝนฟ้าไม่ต้องต้องตามฤดูกาล จึงจำเป็นต้องทำพิธีการบูชาเพื่อให้ให้เทพเทวดาเกิดความพึ่งพอใจแล้วจึงจะประธานฟ้าฝนมาให้

มีความเชื่อว่าหากเรานำแมวเพศเมียมาแห่แล้วก็สามารถทำให้ฟ้าฝนตกมา

ความเชื่อการแห่นางแมวนี้เป็นความเชื่อที่เชื่อถือกันทั่วประเทศและจะนิยมแห่กันในปีที่ฝนฟ้าเกิดการแล้งไม่ตกต้องตามฤดูกาล มีความเชื่ออยู่ว่าที่ฝนฟ้านั้นไม่ตกต้องฤดูกาลนั้นเกิดจาก ฟ้าดินเปลี่ยนแปลง ชาวเมืองไม่อยู่ในศีลในธรรม หรือเจ้าที่ครองเมืองไม่อยู่ในทศพิธราชธรรม เป็นต้น เหตุนี้ชาวบ้านจึงต้องทำพิธีกรรมเหล่านี้มาเพื่อเป็นการแก้เคล็ด เพราะว่ากันว่าแมวเป็นสัตว์ที่เกลียดน้ำเกลียดฝน

เพราะถ้าฝนฟ้าตกเมื่อใดแมวจะร้องทันที ชาวบ้านจึงได้เอาแมวมาทำพิธีแก้เคล็ด เพราะว่าหากแมวร้องขึ้นมาเมื่อใดฝนจะตก ชาวบ้านจึงได้ทำแมวมาแห่และสาดน้ำใส่แมว เพื่อให้แมวร้องแล้วฝนฟ้าจะได้ตกขึ้นมาจริงๆ และยิ่งหากแมวร้องมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นผลดีมากเท่านั้น เหมือนเป็นการให้แมวอ้อนวอนต่อฟ้าดินให้ส่งฝนตกลงมายังโลกของเรา โดยลักษณะของแมวที่นำมาใช้ ต้องเป็นแมวเพศเมีย มีขนสีดำทั้งตัว 

ประเพณีแห่นางแมวนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันแล้วเนื่องจากเป็นการทารุณกรรมสัตว์ เพราะหากโดนน้ำมากๆอาจจะทำให้มันตายได้ อีกอย่างถือว่าเป็นการทรมานแมวเป็นอย่างมาก เพราะแมวต้องถูกจับขังใส่กรงและถูกคนแห่ไปเรื่อยๆ แถมยังโดนน้ำสาดอีก ด้วยความสงสารหรือเหตุใดก็แล้วแต่ถือว่าพิธีกรรมนี้ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำสัตว์มาทรมาน

เพราะหากเป็นเราที่โดนจับขังแล้วมีคนมาสาดน้ำใส่เราก็คงทรมานเช่นกัน อีกอย่างในสมัยเรานั้นมีกาศพยากรณ์อากาศที่แม่นยำแล้ว การแห่นางแมวจึงไม่จำเป็นต่อไปคงเหลือเอาไว้เป็นเพียงเรื่องเล่าให้ลูกให้หลานฟัง

ขอบคุณที่มาของ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

เที่ยวย่าน  GINZA กินซ่า ถนนสายไฮโซระดับตำนานของกรุงโตเกียว

กินซ่า ย่านหรูไฮโซ ไฮเอนด์ของเมืองโตเกียว

ถนนสายไฮโซระดับตำนานของกรุงโตเกียว

 กินซ่าถือว่าเป็นถนนสายช้อปปิ้งที่หรูเริศ ฟู่ฟ่าติดอันดับท้อปของโลกย่านนึงเลย ค่าที่ดินอสังหาริมทรัพย์ก็แพงแบบสุดๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้แบรนด์ดังทั้งหลายย่อท้อแต่อย่างใด ต่าพากันมาจับจองพื้นที่เปิดช้อปกันอย่างเกรียวกราว ไม่ว่าจะเป็น Gucci, Hermes, Louis Vuitton, Dior และแบรนด์ระดับท็อปๆอื่นๆอีกมากมายนอกจากด้านช้อปปิ้งแล้ว ย่านนี้ยังมีชื่อเสียงที่โด่งดังอีกเรื่องคือเรื่องของขนมหวานด้วยส มีชื่อเรียกว่าถนนสายขนมหวาน ซึ่งมีทั้งขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่น โมจิ ไดฟุกุ โดะระยะกิ ขนมหวานตามฤดูกาลต่างๆ หรือจะเป็นขนมหวานสากลอย่าง ขนมเค้ก คุกกี้ วอฟเฟิล ช้อกโกแลต ก็น่ากินทั้งนั้น

ถนนสายไฮโซระดับตำนานของกรุงโตเกียว

Chuo Dori

ถนนคนเดิน Chuo Dori ปิดการจราจรทุกวันเสาร์ บ่ายสองถึงห้าโมงเย็นและวันอาทิตย์เที่ยงตรงถึงห้าโมงเย็นหลังปิดถนนจะมีโต๊ะที่นั่งพร้อมผ้าใบมาตั้งตรงกลางให้ผู้คนที่เดินมาช้อปปิ้งเดินผ่านไปมาสามารถมานั่งพักเหนื่อย จิบกาแฟได้ ถนนเส้นนี้เป็นเส้นหลักที่ตัดผ่าน 8 บล๊อกของย่านกินซ่าบางครั้งคนญี่ปุ่นก็เรียกว่า Ginza Dori เป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญที่ทุกคนต้องมาเยือนยามเมื่อมาแถบกินซ่า บอกเลยว่าถ้าได้ช้อปละก็เดินเพลินจนปวดขาแน่นอน

Gabulicious

หลังจากเดินช้อปปิ้งจนเหนื่อยแล้วหากหิวอยากเติมพลังแนะนำร้านนี้ Gabulicious เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนกึ่งบาร์ ร้านนี้รสชาติเด็ดดวงมาก โดยเฉพาะพิซซ่าและไวน์ เป็นเมนูขึ้นชื่อของร้าน เคล้ากับบรรยากาศสลัวๆสไตล์บาร์ยุโรปได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าคุณเป็นขอไวน์แล้วล่ะก็ จิบไวน์เบาๆชิลๆในยามเย็น บอกเลยว่าเด็ดแน่นอน ราคาเฉลี่ยของอาหารส่วนมากจะชุดละไม่เกิน 1000 เยน อาหารอร่อยทั้งพิซซ่า สปาเก็ตตี้หอยเชลล์ผัดซอสคาร์โบนาร่า จุดเด่นคือเส้นสปาเก็ตตี้ที่เหนียวนุ่ม รสชาติหอมมัน

Ginza Akebono

ร้านขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมในย่านกินซ่าที่คนญี่ปุ่นมักเรียกว่า วากาชิ เป็นร้านขนมเก่าแก่รสชาติไม่ต้องบอกว่าอร่อยขนาดไหนเมนูเด็ดดั้งเดิมคือ ไดฟูกุ ไส้ถั่วแดงสตอว์เบอร์รี่สดขายเฉพาะฤดูกาลหน้าสตอร์เบอร์รี่เท่านั้นหรือ Dorayaki ไส้ถั่วแดงกวนก็หวานอร่อยเช่นกัน

เที่ยวเมืองไดคังยะมะ

เที่ยวเมืองไดคังยะมะ

เมืองไดคังยะมะ เมืองที่ห่างจากชิบุยะแค่เพียงสามนาที

เที่ยวเมืองไดคังยะมะ 

แต่ว่าชีวิตความเป็นอยู่ต่างกันลิบลับ ที่เมืองไดคังยะมะแห่งนี้ค่อนข้างเงียบสงบ เรียบง่าย ต่างจากชิบุยะที่ผู้คนวุ่นวาย พลุกพล่าน เดินเข้าออกสถานีรถไฟชิบุยะกันเป็นว่าเล่น เมืองไดคังยะมะมีลักษณะคล้ายเขาวงกตมีเสน่ห์ดึงดูด เพราะมีตรอกซอกซอยเยอะ ชวนให้หลงทางเอาได้ง่ายๆเหมือนเขาวงกต สถานที่ รวมถึงบ้านช่องต่างๆของไดคังยะมะจะออกแนว มินิมอล เรียบหรู ดูดี เก๋ไก๋ อาจจะเป็นเพราะพื้นที่แถวนี้มีชาวต่างชาติและคนญี่ปุ่นฐานะอาศัยอยู่เยอะ และอาจจะเป็นเพราะมีสถานฑูตอยู่มาก ร้านค้าส่วนใหญ่จะเป็นการออกแบบตกแต่งสไตล์เรียบง่าย มินิมอล กลมกลืน และยังมีพวกร้านคาเฟ่ชิคๆอีกมากมายในย่านนี้ ถ้าคุณเป็นคนชอบความเรียบง่าย จะหลงเสน่ห์เมืองไดคังยะมะแน่นอน

Sarugaku

เป็นโครงการชิ้นเอกของสถาปนิกหนุ่มที่ชื่อว่า Akihisa Hirata โดยเป็นการนำไอเดีย การออกแบบคล้ายภูเขามาใช้ นั่นคือสร้างบ้านเรือนอาคารต่างๆให้มีความสูงลดหลั่นกันเหมือนภูเขาและใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เป็ฯการใช้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด ซึ่งมีทั้งร้านขายของ ร้านอาหาร และคาเฟ่

อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจคือ Daikanyama T-Site เป็นโครงการที่เหมือนยกเมืองมาไว้ในที่นี่ เพราะในโครงการนี้มีร้านหนังสือ ซีดีเพลง โรงภาพยนตร์ คาเฟ่ ร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งร้านขายกล้อง ขายจักรยาน อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ก็มีครบครันในพื้นที่แห่งนี้

Garden Gallery

เป็นพื้นทิ่อิสระโชว์งานศิลปะ หรือของต่างๆตามแต่ลูกค้าจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเช่าพื้นที่ส่วนนี้เพื่อจัดแสดงผลงานหรือขายของ  ซึ่งแต่ละร้านที่นำมาจัดแสดงนั้นบอกเลยว่าไม่ธรรมดา มีความเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นผสมผสานกับความเรียบง่ายได้อย่างลงตัว 

Daikanyama Tsutaya Books

ร้านซึทาญ่าสาขาไดคังยะมะ เป็นร้านที่คนญี่ปุ่นแถบนี้นิยมมานั่งชิล จิบกาแฟ เดินเล่นกันมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเย็น เพราะมีการออกแบบที่สวยงามในคอนเซปร้านหนังสือกลางป่า โดยบริษัทออกแบบชื่อดัง ซึ่งนอกจากเป็นร้านหนังสือแล้ว โดยรอบๆยังมีส่วนของคาเฟ่ ร้านอาหาร ขายของดีไซน์ ซีดีเพลง รวมอยู่ในตึกแห่งนี้ด้วย เป็ฯหนึ่งในร้านหนังสือที่สวยที่สุดในโลก

สถานที่ร้างกลางกรุง สุดหลอน

คุณเชื่อหรือไม่ว่ากรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยเรานั้น ยังมีสถานที่ชวนหลอน แฝงตัวอยู่ในทุกที่

สถานที่ร้างกลางกรุง สุดหลอน

สำหรับสถานที่ที่ว่านี้ มักจะดึงดูดความสนใจจากกลุ่มคนที่นิยมชื่นชอบการตามหาความจริงจากสิ่งเร้นรับทั้งหลาย 

สถานที่ร้างกลางกรุง สุดหลอน หลายคนเคยเจอกับตนเองมาแล้ว และหลายคนยังไม่เคยลองไปเจอ หากคุณชื่นชอบสถานที่แนวหลอนๆแบบนี้ วันนี้ ลองมาดูว่ามีที่ไหนกันบ้างที่คุณยังไม่เคยไป หรืออยากไปลองค้นหาความจริงกัน

  1. คอนโดแห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา  คอนโดแห่งนี้ ยังมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นคอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยความสูง 50 ชั้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ มีเล่ากันว่าบนดาดฟ้าของคอนโด ยามค่ำคืน จะมีสิ่งเร้นลับ ซึ่งในเวลากลางคืนจะไม่มีใครกล้าขึ้นไปบนดาดฟ้าเลย เพราะก่อนหน้านั้นเคยมีคนขึ้นไปถ่ายรูปวิวบนดาดฟ้าตอนกลางคืนแล้วได้พบกับเรื่องประหลาด ทั้งได้กลิ่นและเห็นเป็นเงาดำรูปร่างสูงใหญ่ นับตั้งแต่นั้นก็ไม่มีใครเคยกล้าขึ้นไปพิสูจน์ความจริงกันอีกเลย  หากใครที่ไม่เชื่อจะลองขึ้นไปพิสูจน์ก็ไม่ว่ากันนะจ๊ะ
  2. ตึกร้างที่สาธร  สำหรับที่นี่เป็นสถานที่สุดหลอนที่มีชื่อเสียงมากอีกที่หนึ่ง เคยมีรายการเกี่ยวกับสิ่งเร้นลับมาทำการลองของกันหลายครั้ง แต่ผลเป็นยังไงต้องไปลองหาชมย้อนหลังกันเอาเองนะจ๊ะ แต่ประวัติของตึกนี้ ก็ไม่ธรรมดา เพราะเคยมีคนพบศพที่ชั้น 43 รวมถึงมีการเล่าลือกันว่า เคยมีคนถูกฆ่าแล้วนำมาทิ้งไว้ที่นี่อีกด้วย แต่ประวัติจริงๆที่ทำให้คอนโดแห่งนี้เป็นตึกร้างก็เพราะสร้างไม่เสร็จทั้งที่ใกล้จะสร้างเสร็จแล้ว แต่เกิดเหตุเจ้าของตึกถูกตำรวจจับซะก่อน เลยทำให้ไม่มีการสร้างต่อเลยเป็นตึกร้างมาจนถึงปัจจุบัน 
  3. อีกตึกร้างที่น่ากลัว ตึกร้างที่บางนา ที่นี่มีเรื่องเล่าถึงความหลอนกันว่า มีเหตุการณ์ที่ทำให้คนมาเสียที่ชีวิตที่นี่หลายเหตุการณ์ ทั้งถูกฆาตกรรม ทั้งกระโดดตึก หรือมีศพผูกคอตาย และยังมีการลือถึงความสุดเฮี้ยนของที่นี่อีกว่า เคยมีคนเห็นเงาดำวนเวียนอยู่ในตึก จึงทำให้ผู้คนไม่มีใครที่จะกล้าผ่านมาแถวนี้ในเวลากลางคืน แม้แต่กลางวันยังแถบไม่มีใคร
  4. บ้านร้างย่านเมืองเอก ที่นี่เป็นอีกที่ ที่มีชื่อเสียงในความหลอนเป็นอย่างมาก โดยมีเรื่องเล่าว่ามีหญิงสาวถูกฆ่าตายแล้วทิ้งศพไว้ ในบ้านหลังที่ 2 จากบ้านร้างจำนวน 9 หลัง ชาวบ้านต่างร่ำลือกันว่าผู้คนที่ผ่านมาทางหมู่บ้านร้างนี้ มักจะพบวิญญาณของหญิงสาวมาปรากฏตัวบ่อย ๆ ใครที่ชอบลองของมาท้าทายก็มักจะเจอดีกันทุกราย 
  5. คฤหาสน์หรู ย่านบึงกุ่ม สำหรับที่นี่ว่ากันว่าเป็นบ้านที่เจ้าของบ้านและคนในครอบครัวถูกฆาตกรรมและทิ้งศพไว้ในบ้าน ซึ่งหลายคนที่ผ่านไปมามักเจอกับเหตุการณ์แปลกๆ และกลิ่นเหม็นโชยมา จนปัจจุบันไม่มีใครกล้าเดินผ่านบ้านหลังนี้อีกเลย 

ไปสเปน คาตาลัน บาร์เซโลน่า เที่ยวที่ไหนดี

ไปสเปน-คาตาลัน-บาร์เซโลน่า-เที่ยวที่ไหนดี ปัจจุบันคนไทยนิยมไปเที่ยวในแถบยุโรปกันเยอะมากขึ้น ซึ่งประเทศที่ส่วนใหญ่นิยมไปเที่ยวก็คือ ฝรั่งเศส, อิตาลี โดยจุดหมายหลักคือการช้อปปิ้งของแบรนด์เนมนั่นเอง แต่ว่ามีอีกหนึ่งประเทศในยุโรปที่น่าไปเที่ยวเช่นกันนั่นคือสเปน นั่นเอง สเปน มีวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากมายเช่น มาธาร์ดอร์ล่อกระทิง หรือเทศกาลปามะเขือเทศ

แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงเมืองบาร์เซโลน่า เมืองที่สถาปัตยกรรมสวยๆมากมาย สายอาร์ต สายศิลป์ ไม่ควรพลาดจริงๆ

ไปสเปน-คาตาลัน-บาร์เซโลน่า-เที่ยวที่ไหนดี

บาร์เซโลน่า เป็นเมืองหนึ่งในสเปน ที่คนพื้นเมืองเรียกว่าแคว้นคาตาลัน จะมีขนมธรรมเนียมที่ไม่เหมือนกับสเปนเมืองหลวงอย่างมาดริด จะมีความ unique เป็นของตัวเองค่อนข้างมาก ถึงขนาดเคยมีปัญหาการเมืองเรื่องแบ่งแยกประเทศกันมาแล้ว

แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในประเทศบาร์เซโลน่ากัน

  1. มหาวิหาร La Sagrada Familia

เป็นสถานที่ที่เรียกได้ว่า must see must go กันเลยทีเดียว เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองบาร์เซโลน่าเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นมหาวิหารที่สูงที่สุดในโลก ถึง 170 เมตร และได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของ UNESCO อีกด้วย ศิลปินที่สร้างมหาวิหารชิ้นนี้คือ Antoni Gaudi เป็นสถาปนิกชาวสเปน ที่ขึ้นชื่อในเรื่องศิลปะแนวอาร์ตนูโว โดยผลงานชิ้นนี้เรียกได้ว่าระดับมาสเตอร์พีซกันเลยทีเดียว

  1. สวนสาธารณะ Park Guell

ไม่ใช่สวนสาธารณะธรรมดา แต่เป็นสวนที่มีการตกแต่งที่สวยงามสลับซับซ้อน มีสถาปัตยกรรมสวยงาม เป็นสไตล์อาร์ตนูโว โดย Antoni Gaudi คนเดิม ซึ่งเรามาได้ทั้งพักผ่อนสบายใจ หรือจะมาถ่ายรูปก็เก๋ๆไม่แพ้กัน

  1. Gothic Quarter

Gothic Quarter เป็นย่านโกธิค ที่สวยงามมาในบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นการตกแต่งอาคารบ้านเรือนในสถาปัตยกรรมแบบโกธิคยอ้นไป 2000 ปี โดยเฉพาะมหาวิหารโกธิค ที่สวยงามมาก

  1. สวนสาธารณะ Parc de la Ciutadella

นี่ก็เป็นอีก 1 สวนที่สวยงามมากเช่นกัน มีบ่อน้ำใสอยู่ที่สวน และมีอนุสาวรีย์ Cascada Monumental คือครบทั้งน้ำพุ น้ำตก ทะเลสาบ เหมาะแก่การมาถ่ายรูป และแวะเที่ยวพักผ่อน โดยยังคงความสวยงามและความแปลกสไตล์ Antoni Gaudi เช่นเคย