ต้นกำเนิดกีฬาฟุตบอล

ต้นกำเนิดกีฬาฟุตบอล ลูกกลมๆ หนึ่งลูก เตะกันไปมา มีผู้เล่นข้างละสิบเอ็ดคน บนผืนสนามหญ้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า และมีผู้เข้าชมการแข่งขันนับล้านคน

กีฬาที่ว่านี้เรียกว่าอะไร………… 

คำตอบ ใช่เลยครับ มันคือกีฬาฟุตบอล

ซึ่งเป็นกีฬาที่คนทั่วโลกนิยมเล่นกัน ไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ และไม่มีการแบ่งสีผิว ไม่มีการแบ่งยศฐานะบรรดาศักดิ์ คนรวย หรือคนจน สามารถเล่นกันได้หมด แย่งชิงกันเพียงแค่ลูกกลมๆ ลูกเดียว ที่หวังจะเอามันเข้าไปอยู่ในประตูของฝั่งตรงข้าม

ด้วยกติกาเดียวกันทั่วโลกคือ ต้องใช้เท้า หรือหัว หรือลำตัวส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ยกเว้นเพียงแขนหรือมือ ที่กระแทกเจ้าลูกกลมๆ นี้เข้าไปซุกอยู่ในก้นตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม ในเวลาที่กำหนดคือ เก้าสิบนาที ตลอดการแข่งขัน

ซึ่งเคยมีใครสงสัยกันบ้างไหมว่า กีฬาประเภทนี้นั้นมีต้นกำเนิดมาจากไหน ประเทศอะไร และใครเป็นคนคิดค้นกีฬาที่ว่านี้ขึ้นมาจนมันกลายเป็นกีฬาที่เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งของคนทั่วโลก ซึ่งหากว่ากันตามที่คนทั่วโลกเล่าขานกันมานั้น มีอยู่สามประเทศที่ค่อนข้างจะเข้าข่ายกับการเป็นต้นกำเนิดกีฬาประเภทนี้ โดยประเทศแรกที่ทุกคนเข้าใจว่าคือต้นกำเนิดของกีฬาฟุตบอลนั่นก็คือประเทศบราซิล

โดยสาเหตุที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นประเทศบราซิลนั้น ก็เนื่องมาจากความสามารถและความเก่งกาจในกีฬาฟุตบอล ที่ถือว่าเป็นเต้ยของวงการฟุตบอลอย่างแท้จริง ด้วยผลงานระดับเทพที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมามายกว่าประเทศอื่นๆ ประกอบกับพรสวรรค์ของนักเตะจากประเทศนี้เรียกได้ว่า สิบคนที่เตะฟุตบอลแล้วนั้น

อย่างน้อยก็ต้องมีมากกว่าแปดคนที่เตะเก่งส่วนอีกสองคนนั้นเล่นฟุตบอลไม่เก่ง จึงทำให้ประเทศบราซิลกลายเป็นประเทศที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นต้นตำรับของจุดกำเนิดฟุตบอล แต่ในหลักฐานความเป็นจริงที่มีอยู่แล้วนั้นกลับไม่ใช่ประเทศบราซิล แต่จริงๆแล้วคือประเทศอังกฤษ กับประเทศอิตาลี ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่ามีการเล่นเจ้าลูกกลมๆนี้มาตั้งแต่สมัยก่อน

ซึ่งเรียกกันว่ากีฬาที่ชื่อว่า ซูเลอ ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็นฟุตบอลในเวลาต่อมา จึงทำให้เป็นที่ถกเถียงกันว่าประเทศไหนคือต้นกำเนิดฟุตบอลกันแน่ แต่สุดท้ายหลังจากที่มีการค้นคว้าและหาข้อมูลกันมานานนั้น ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีเป็นต้นกำเนิดกีฬาชนิดนี้นั่นก็คือ ประเทศอังกฤษ

เพราะประเทศนี้ได้มีการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลขึ้นเป็นประเทศแรกตั้งแต่ปี 2406 ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนให้เป็นฟุตบอลอาชีพในปี 2431 ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้รวมเป็นเวลาหนึ่งร้อยสามสิบสี่ปีแล้ว

 

สนับสนุนโดย   ufabet

ตำนานของเขาสามมุข  ชายหาดบางแสน

      ตำนานของเขาสามมุข    ที่ชายหาดบางแสนจะมีศาลาอยู่ศาลาหนึ่งซึ่งในศาลานั้นจะมีรูปปั้นของหญิงสาวนางหนึ่งชื่อว่าสามมุกซึ่งปัจจุบันนี้ชาวบ้านต่างก็พากันเรียกว่าเจ้าแม่สามมุขโดยศาลาแห่งนี้มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเรื่องของความรักของชายหนุ่มหญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งรักกันมากแต่เนื่องจากว่าถูกกีดกันด้านความรักจึงทำให้ชายหนุ่มและหญิงสาวนั้นต้องเสียชีวิตลงโดยตำนานของเขาสามมุขนี้มีการเล่าว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเธอชื่อว่าสามมุกอาศัยอยู่กับยายของเธอเพียงแค่สองคนเท่านั้น

โดยครอบครัวของสามมุกนั้นมีฐานะยากจนอยู่มาวันหนึ่งเธอได้พบรักกับชายคนหนึ่งที่ชื่อว่าแสนซึ่งศาลนั้นเป็นลูกชายของกำนันที่มีฐานะร่ำรวยอย่างไรก็ตามด้วยความรักของคนทั้งคู่แฟนและสามมุกสาบานว่าจะรักกันจนตายและถ้าหากใครผิดคำสาบานก็จะต้องมากระโดดหน้าผาตายตรงจุดบริเวณที่ทั้งคู่นะสาบาน

แต่หลังจากที่พ่อของแสนรู้เรื่องก็นึกเกลียดสามมุกที่มีฐานะยากจนจึงได้บังคับให้แสงนั้นแต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอเป็นลูกสาวของคนมีฐานะในหมู่บ้านเดียวกัน แสน ไม่อาจปฏิเสธคำสั่งของพ่อได้จึงได้แต่งงานกับหญิงสาวคนดังกล่าวแต่บังเอิญว่าสามมุกนั้นรู้เรื่องงานแต่งงานของแสนเข้าทำให้สามมุขนั้นเดินทางมาที่งานแต่งงานของแสนทันที เมื่อมาถึงที่งานสามมุกก็เห็นแสนกำลังนั่งอยู่ตรงบริเวณที่รดน้ำสังข์เธอเสียใจมากจึงได้ถอดแหวนที่แสนเคยให้เธอคืนให้กับแสนและวิ่งออกจากงานไปทันที ส่วนแสนเมื่อเห็นดังนั้นก็วิ่งตามสามมุกออกไปสามมุกระหว่างที่วิ่งหนีนั้น

ก็ร้องไห้ไปและนึกถึงคำสาบานไปเธอจึงได้วิ่งไปที่หน้าผาที่เคยสาบานไว้กับแสนและกระโดดหน้าผาตายส่วนแสงเมื่อวิ่งมาถึงตรงที่สามมุกกระโดดหน้าผาแสนก็กระโดดหน้าผาตามสามมุกไปอีกคนหนึ่งทำให้ทั้งคู่ตายตรงหน้าผาแห่งนี้เธอพ่อกำนันของแสงเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าลูกชายและหญิงสาวต่างก็พากันกระโดดหน้าผาตายจึงเกิดความเสียใจและสำนึกผิดจึงได้มาสร้างศาลาเอาไว้ตรงบริเวณที่ทั้งคู่กระโดดลงมาเสียชีวิต

ซึ่งศาลาดังกล่าวนั้นก็คือศาลาจ้าแม่สามมุก นั่นเอง ปัจจุบันนี้ชาวบ้านต่างก็พากันมากราบไหว้ขอพรโดยเฉพาะชาวบ้านที่ต้องออกเรือหาปลามักจะมาขอพรให้ปลอดภัยแคล้วคลาดเวลาที่ต้องออกทะเลหรือหนุ่มสาวบางคู่ที่ต้องการให้สมหวังในความรักก็จะมาขอพรที่ศาลเจ้าแม่สามมุขนี่เอง

 

สนับสนุนโดย  gclub

ของฝากน่าซื้อเมื่อมาเที่ยวที่เกียวโตประเทศญี่ปุ่น

ของฝากประเทศญี่ปุ่น สำหรับใครที่เคยไปเที่ยวโอซาก้าแล้วนั้น เชื่อว่าส่วนมากมักจะไปเที่ยวที่เมืองใกล้ๆกันอย่างเมืองเกียวโตกันใช่มั้ยคะ เมืองเกียวโตนั้นถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ และยังเป็นเมืองที่มีของฝากและของที่ระลึกหลากหลายประเภทให้จับจ่ายเลือกซื้อช้อปปิ้งกันได้แบบสนุกๆเพลินๆอีกด้วย ทั้งของคาวของหวานมากมาย หรือแม้แต่ของกิ๊บเก๋สารพัดก็มีเหมือนกันค่ะ ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำของฝากต่างๆน่าซื้อเมื่อมาเที่ยวที่เกียวโตค่ะ

  1. มาเมะซาระ (Mamesara) คือ จานใบเล็ก นั้นเองค่ะ โดยคำว่า มาเมะ แปลว่า เมล็ดถั่ว ส่วนคำว่า ซาระ ก็แปลว่า จาน เมื่อนำมารวมกันเลยสื่อความหมายได้ว่าจานใบเล็กนั้นเองค่ะ เป็นจานที่นิยมเอาไว้เสิร์ฟอาหารดั้งเดิมของเกียวโตอย่าง โอบันไซ ค่ะ เนื่องจากมาเมะซาระมีขนาดที่เล็ก พกพาง่าย และลวดลายสวยงามน่ารัก จึงเป็นที่นิยมซื้อกลับไปเป็นของฝากกันค่ะ
  2. กระดาษซับมันโยจิยะ (Yojiya Oil-Blotting Sheets) ถึงแม้ว่าเกียวโตจะมีสินค้าเกี่ยวกับความสวยความงามเยอะ แต่คงจะไม่มีอะไรโด่งดังเท่า กระดาษซับมันของโยจิยะ ที่เป็นรูปผู้หญิงแต่งหน้าเกอิชาอีกแล้วล่ะค่ะ เป็นสินค้าที่ขายดีมากและได้รับการรีวิวเยอะมากด้วยเหมือนกันค่ะ นักท่องเที่ยวสาวๆที่มาเกียวโตจึงไม่พลาดที่จะซื้อกระดาษซับมันโยจิยะกลับไปเป็นของฝากแน่นอนค่ะ
  3. น้ำมันดอกซึบากิและหวีไม้ (Tsubaki Oil &Wooden Comb) อีกหนึ่งสินค้าน่าซื้อกลับไปฝากจากเกียวโต ซึ่งน้ำมันดอกซึบากินนั้นจะช่วยให้ผมมีความเงางามไม่ขาดหลุดร่วงนั้นเองค่ะ ให้ใช้คู่กับหวีไม้ เพราะเวลาหวีผมแล้วจะลดไฟฟ้าสถิตที่อาจจะเกิดขึ้นและเป็นสาเหตุทำให้ผมแตกปลายค่ะ
  4. ชาเขียว (Matcha) ที่เมืองเกียวโตนั้นเป็นภูมิภาคที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปลูกชาเขียวอย่างมาก โดยเฉพาะ “อุจิมัทฉะ” ค่ะ เป็นของฝากที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวที่เกียวโตโดยเด็ดขาดค่ะ ระหว่างที่เที่ยวในเมืองเกียวโตก็ลองหาสินค้าชาเขียวต่างๆมาลองทานดูนะคะ อย่างการดื่มชาเขียว หรือ ทานไอศกรีม คุณจะได้ลิ้มรสชาเขียวแบบขนานแท้เลยล่ะค่ะ
  5. นามะ ยัตซึฮาชิ (Nama Yatsuhashi) ขนมที่เป็นหนึ่งในของฝากที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมจากเกียวโต เป็นขนมหวานรูปทรงสามเหลี่ยมที่ทำจากแป้งโดว์คล้ายๆกับแป้งโมจิมีสัมผัสนุ่มๆ นำมาห่อด้วยไส้ถั่วแดงกวนรสหอมหวาน มีหลากหลายรสชาติให้เลือกทั้ง ไส้ถั่วแดง ไส้ชาเขียว ไส้สตรอว์เบอร์รี ไส้กล้วย และไส้ช็อกโกแลตค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

ผีจากหนองน้ำ

ผีจากหนองน้ำ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับยายของฉันเล่าให้ฉันฟังว่า 30 ปีที่แล้วตอนนั้นฉันกำลังวัยรุ่นอยู่อายุประมาณ 16 ปีซึ่งตอนวันหนึ่งในเดือนตุลาคมยายของฉันต้องการที่จะไปตกปลาซึ่งปกติยายเป็นคนที่ขี้เกียจมากๆและพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านเยอะมากแต่วันนี้ยายของฉันยังยืนยันที่จะออกไปตกปลาให้ได้ซึ่งหลังจากนั้นยายก็รีบออกไปที่หนองน้ำในหมู่บ้านซึ่งอยู่ตรงซอย 12 ที่จังหวัดชุมพรเสื้อจากนั้นยายเดินไปประมาณครึ่งกิโลแล้ว

ก็ไปเจอกับน้องน้ำตรงนั้นซึ่งตอนนั้นยายไปตอนเที่ยงแต่พอ 4 โมงแล้วยายก็ยังไม่กลับมาสักทีซึ่งแม่ของเราก็เริ่มแปลกใจว่าทำไมยังไม่กลับรออีกชั่วโมงนึงยายก็กลับมาแต่ดันไปนอนอยู่บนแคร่ของบ้านญาติของแม่ซะงั้นซึ่งหลังจากนั้นตอน 18:00 นยายก็เดินกลับมาบ้านโดยที่ไม่พูดกับใครหน้าตาเหมือนลอยเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วก็ห่มผ้าห่มมิดชิดผ่านไปประมาณ 15 นาทียายก็ลุกขึ้นมาใหม่แล้วหลังจากนั้นยายก็ขว้างผ้าห่มทิ้ง และบอกว่าบ้านนี้มันร้อนไม่หิวนะเว้ยหลังจากนั้นยายก็ไปนั่งอยู่ที่แคร่หน้าบ้านจะออกไปนอกบ้านก็บ่นว่าหนาว

หลังจากนั้นเราก็ออกไปถามยายว่าเป็นอะไรมากป่าวเนี่ยป่วยเป็นไข้หรออยู่ๆยายก็บอกว่าหนาวแล้วก็หิวด้วยทำไมลูกหลานถึงอกตัญญูแล้วเนี่ยคุณขนาดนี้ไม่เคยทำบุญให้หรือไม่เคยเซ่นไหว้อาหารให้กินเลยเรางงมากและหลังจากนั้นแม่ของเราก็ไปตามตาของเรามานั้นตาของเราไปคุยกับแม่ของเราและกระซิบว่าให้ไปนำพูดมากระซิบเอาแค่ไหนแต่ยายของฉันได้ยินและตะโกนทันทีว่าไม่ต้องเอารูปมาหรอกไม่ต้องการไม่จำเป็น

ซึ่งหลังจากนั้นตาก็ตะโกนกลับไปว่าแกมาจากไหนหลังจากนั้นยายก็ตะโกนตอบกลับไปอีกว่ามาจากสระน้ำยมทูตท่านปล่อยมาในเดือน 10 นี้แหละช่วงตุลาคมฉันก็เลยมาอยู่ที่สระน้ำแห่งนี้แต่ก็ไม่มีลูกหลานคนไหนทำบุญให้เลยซึ่งหลังจากนั้นยายคนนั้นก็ตอบว่าแกชื่อแจ่มหลังจากนั้นแม่ของฉันก็ไปตามหมอผีที่โด่งดังมากในหมู่บ้านมาพ่อหมอผีขับรถมาถึงหน้าบ้านวิญญาณร้ายที่สิงอยู่ในรากของคุณยายก็ออกจากร่างไปทันที

ก่อนที่หมอผีจะทำอะไรคุณยายก็ตื่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวและหลังจากนั้นก็มีอาการเหมือนคนที่เพิ่งเป็นลมวันต่อมาเราก็เล่าเรื่องราวให้ยายฟังว่าเกิดอะไรขึ้นยายบอกว่ายังไม่รู้ตัวเลยและยายตัวมากจึงชวนให้เราไปทำบุญให้ยายแจ่มและฉันว่าให้ยายแจ่มทุกปีเพื่อที่ยายแจ่มจะได้ไม่มาตามหลอกหลอนและมีชีวิตที่สุขสบายแล้วจะได้ไม่ไปทำอย่างนี้กับใครคนอื่นอีก

พอเรามาถึงตรงนี้ฉันกลัวมากและไม่เคยรู้เลยว่ามีเรื่องอย่างนี้จริงๆซึ่งหลังจากที่มีเรื่องนี้จะคูณของเราก็ทำบุญให้ยายแจ่มมาตลอดจนถึงสมัยของลูกของฉันและก็ทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆตลอดมา

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ5บาท

องค์หญิงในชุดสีชมพูกับความรักที่ไม่สมวัง

องค์หญิงในชุดสีชมพู จริงๆแล้วเลดี้สีชมพู เป็นเจ้าหญิงหนึ่งซึ่งมีหน้าตาที่สวยและนำเด้อหลงรักกับชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งลูกชายหนุ่มคนนั้นก็ตกลงรักนางเช่นกันทั้งสองต้องการที่จะแต่งงานด้วยกันแต่หลังจากที่เอาเรื่องความรักทั้งสองไม่บอกกับครอบครัวของตนเองทั้งครอบครัวขององค์หญิงต่างไม่พอใจและสั่งเนรเทศชายสามัญชนคนนั้น พระองค์ราชาองค์ราชินีหรือพ่อแม่ขององค์หญิงต่างหวังที่จะให้องค์หญิงลืมชายสามัญชนคนนั้นและแต่งงานกับองค์ชายคนอื่นแทนแต่ยิ่งเวลาผ่านไปองค์หญิงก็มีแต่ความเศร้าโศกไม่เป็นอันกินอันนอนหลังจากนั้นนางก็เป็นคนที่เงียบขรึมและไม่ยอมคุยกับใครแนะนำยังยืนกรานว่าจะไม่มีวันที่จะแต่งงานกับใครนอกจากชายคนนั้น

หลังจากนั้นพ่อขององค์หญิงจอมราชาจะได้บอกกับลูกสาวของตนว่าสายลับที่คอยเฝ้าติดตามชายคนนั้นอยู่ห่างๆได้เห็นว่าชายคนนั้นแต่งงานมีลูกมีเมียกับหญิงสาวต่างแดนแล้วทำให้องค์หญิงเสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากองค์ราชาไม่ต้องการให้องค์หญิงเอาแต่เฝ้าร้องไห้และคิดถึงชายคนนั้นองค์ราชาจึงสั่งให้ช่างเย็บผ้าที่ดีที่สุดของประเทศสร้างภาพที่ดีที่สุดจากเนื้อผ้าที่ดีที่สุดให้กับองค์หญิงและสร้างเครื่องประดับที่ดีที่สุด

ให้กับองค์หญิงโดยทุกอย่างที่ให้นางจะเป็นสีชมพูเนื่องจากเธอเป็นคนที่รักสีชมพูมากดังนั้นเพื่อบรรเทาความโศกเศร้าของลูกสาวเขาจะพยายามทำให้เธอมีความสุขกับสิ่งของที่เขาให้ลูกสาวตนเอง แต่การที่ให้ชุดสีชมพูกับเธอนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้ความโศกเศร้าของเธอบรรเทาลงไปเลยเพราะหลังจากที่เธอใส่ชุดสีชมพูเธอได้เดินไปที่สวนที่สูงที่สุดของปราสาทที่อยู่ใกล้กับทะเลและหลังจากนั้นเธอก็กระโดดฆ่าตัวตายลงมาชนรถหินเสียชีวิตอยู่แถวๆนั้นเนื่องจากเสียใจที่คนที่เธอรักแต่งงานกับหญิงสาวคนอื่น

ซึ่งในตอนนั้นองค์ราชาเสียใจมากกับสิ่งที่เขาทำลงไปเพียงแค่เขาต้องการให้ลูกลืมชายคนนั้นจึงได้โกหกว่าชายคนนั้นมีหญิงอื่นและมีลูกสาวไปแล้วแต่เขากลับไม่รู้ว่าลูกสาวของตัวเองรักชายคนนั้นยิ่งกว่าชีวิตของตนเองหลังจากที่รู้เรื่องที่เขาแต่งงานใหม่เธอจึงใจสลายและคิดที่จะฆ่าตัวตายเพียงเพราะคำโกหกและความไม่ยินยอมที่จะให้องค์หญิงแต่งงานกับคนที่รักทำให้องค์หญิงถึงกับฆ่าตัวตายองค์ราชาเสียใจมากและยกเลิกการในประเทศของชายคนนั้นให้กลับมาได้เนื่องจากถึงแม้ว่าเขาจะกลับมาแล้วองค์หญิงก็คงไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเขาได้อีกต่อไปและหลังจากที่ชายคนนั้น

ได้รู้เรื่องว่าองค์หญิงที่เสียชีวิตแล้วเขาเสียใจจนแทบน้ำตาจะไหลออกมาเป็นเลือดซึ่งความจริงแล้วชายคนนี้ก็ยังไม่ได้แต่งงานมัวแต่เฝ้ารอวันที่เขาจะได้กลับไปหาองค์หญิงอีกครั้ง หลังจากนั้นทุกๆ 7 ปีวิญญาณขององค์หญิงจะสวมชุดสีชมพูส่องประกายระยิบระยับเดินไปมาที่พระราชวังด้วยจิตใจที่มือลอยหลังจากนั้นฉันจึงเดินไปที่สวนเดิมอีกครั้งและก็กระโดดลงมาตายแบบถ้าเดิมจะทำอย่างนั้นเหมือนเดิมซ้ำๆทุกๆ 7 ปี

เธอมาที่นี่มองดูทะเลเพื่อเฝ้ารอวันที่ชายคนที่เธอรักจะกลับมาหาเธออีกครั้งรอวันที่ การเนรเทศจะถูกยกเลิกรางวัลที่เธอจะสามารถได้ใช้ชีวิตกับเขาใหม่อีกครั้ง ซึ่งในประวัติศาสตร์ยังได้กล่าวไว้อีกว่าองค์หญิงจะมาเข้าอย่างนี้ทุกๆ 7 ปีและวิญญาณของเธอก็ไม่เคยหายไปเอาแต่เฝ้ารอชายคนนั้นถึงแม้ชายคนนั้นจะเสียชีวิตแต่เธอกลับไม่รู้และยังเฝ้ารอเขาอย่างนี้ตลอดเวลา 

 

 

สนับสนุนโดย  holiday palace ฟรีเครดิต