ประวัติกีฬาเปตอง  

        สำหรับกีฬาเปตองนั้นเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี ประวัติกีฬาเปตอง   เนื่องจากว่าได้รับความนิยมอย่างมากอย่างเช่นประเทศไทยเองเกือบทุกจังหวัดนั้นให้ความสนใจในการเล่นกีฬาเปตองโดยกีฬาชนิดนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้สูงอายุที่จะมีการเล่นกีฬาชนิดนี้นอกจากนี้ยังมีการผลักดันกีฬาเปตองให้เข้าสู่ระบบการศึกษาของไทยโดยมีการเปิดการเรียนการสอนการเล่นกีฬาเบตงให้กับเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษานั่นเอง

         อย่างไรก็ตามกีฬาเปตองนั้นถือได้ว่าเป็นกีฬาที่เล่นให้ความเพลิดเพลิน

มีแนวการใช้ความคิดและสันทนาการได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้การเล่นกีฬาเปตองก็ยังช่วยลดความเครียดและยังสร้างความสามัคคีให้กับเหล่าบรรดานักกีฬาได้  สำหรับกีฬาเบตงนั้นไม่ได้มีการเล่นกันเฉพาะภายในประเทศไทยเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ต่างประเทศก็ได้รับความสนใจไม่น้อยกว่าประเทศไทยเลยทีเดียวเพราะกีฬาชนิดนี้ว่า ถ้ามีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณยุคดึกดำบรรพ์แล้วก็ว่าได้

        ถึงแม้ว่าจะไม่มีประวัติทางหลักศิลาจารึกหรือมีการบันทึกข้อมูลเอาไว้ว่ากีฬาเปตองนั้นมีจุดกำเนิดมาจากไหนรวมถึงมีมาแล้วกี่พันตรีแต่ว่าเชื่อว่ามีต้นกำเนิดของกีฬาเปตองมานับไม่ต่ำกว่า 2000  ปี ก่อนคริสตกาล มาแล้วอย่างแน่นอน  สาเหตุมันก็บอกว่ากีฬาชนิดนี้มีขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยกรีกโบราณนั่นเอง

       ซึ่งแน่นอนว่าในสมัยโบราณนั้นการใช้ลูกเปตองนั้นจะไม่ได้เป็นการใช้ลูกเหล็กเหมือนในปัจจุบันนี้เพราะยังไม่ได้มีวิวัฒนาการก้าวหน้าเหมือนกับปัจจุบันนี้ดังนั้นในสมัยโบราณที่มีการเล่นกีฬาเปตองกันนั้นก็จะใช้ลักษณะของการเอาก้อนหินขนาดพอเหมาะมือและดูลักษณะของก้อนหินให้มีความเป็นทรงกลมให้มากที่สุด ใช้เป็นรูปกีฬาเบตงนั่นเองโดยมีหินที่มีลักษณะแบบนี้ส่วนใหญ่ก็จะนำมาจากใต้ทะเลหรือไม่ก็นำมาจากภูเขาสูงโดยกีฬาชนิดนี้นักกีฬาชาวโรมันนั้นใช้ในการเล่นกัน

         หลังจากที่พวกเขาว่างเว้นจากการทำสงครามยึดครองอำนาจหรือยึดครองดินแดนกันแล้วนั่นเองหลังจากนั้นเมื่อเขาเดินทางไปยังประเทศไหนที่มีการยึดของที่ดินก็จะมีการนำกีฬาเบตงไปทำการละเล่นและไปเผยแพร่จนในที่สุดนั้นก็กลายเป็นกีฬาที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับความสนใจมากในทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส  

        ซึ่งหลังจากที่หมดยุคสงครามแล้วกีฬาชนิดนี้ก็ยังคงได้รับความสนใจและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของพระเจ้านโปเลียนมหาราชขึ้นครองอำนาจนั้นพระองค์ชื่นชอบการเล่นกีฬาเปตองเป็นอย่างมากเลยทีเดียวดังนั้นพระองค์จึงมีการตั้งชื่อกีฬานี้ซึ่งตอนแรกนั้นมีการตั้งเป็นชื่อบูลเบร – รอตรอง และมีการเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆจนท้ายที่สุดนั้นก็มาสรุปเป็นกีฬาเปตองนั่นเอง 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝากเงิน ออโต้

ประวัติความเป็นมาของ V&A- Victoria and Albert Museeum

      ก่อนที่  V&A- Victoria and Albert Museeum  จะกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงผลงานด้านศิลปะและการตกแต่ง ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เดิมที่นี่เริ่มต้นมาจากการเป็นเพียงแค่สถานที่แห่งหนึ่งที่มีการจัดแสดงนิทรรศการเพียงเท่านั้นโดยคนที่เริ่มจัดนิทรรศการคนแรกก็คือ เฮนรี่ โคล  ซึ่งมีการจัดนิทรรศการขึ้นครั้งแรกในปีค.ศ 1851  

         ในตอนแรกนั้น เฮนรี่ โคล ต้องการใช้สถานที่แห่งนี้จัดเป็นนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดเนื่องจากว่าเขามีตำแหน่งหน้าที่เป็นผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์   ในครั้งแรกที่นี่ไม่ได้ถูกตั้งชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะและการตกแต่งแต่ชื่อเดิมนั้นคือพิพิธภัณฑ์แห่งการผลิต   ซึ่งทางด้าน เฮนรี่ โคล ได้มีการรวบรวมศิลปะประยุกต์และศิลปะทางด้านวิทยาศาสตร์มาจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวมกัน   แต่หลังจากที่มีการนำศิลปะทั้ง 2 แขนงมาจัดแสดงไว้ที่เดียวกันนั้นก็เกิดมีปัญหาหลายอย่างมากมายเกิดขึ้น  ทำให้การจะเปลี่ยนที่แห่งนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์นั้นค่อนข้างเป็นไปได้ยาก 

    สำหรับสาเหตุหลักหลักนั้นก็เนื่องมาจากการจัดหาสถานที่จัดซื้อของสะสมเหล่านี้หรือแม้แต่เรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทำให้พี่สะพานแห่งนี้ไม่สามารถที่จะทำการเปิดให้บริการให้นักท่องเที่ยวได้มาชมผลงานได้กว่าที่  V&A- Victoria and Albert Museeum แห่งนี้จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นก็ใช้ระยะเวลาไปจนถึงปีค.ศ 1857 เลยทีเดียว 

      สำหรับในงานพิธีเปิด  V&A- Victoria and Albert Museeum อย่างเป็นทางการนั้น ได้มี สมเด็จพระราชินีวิคตอเรีย  เสด็จมาเป็นประธานในพิธีเปิดให้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าที่  V&A- Victoria and Albert Museeum แห่ง่นี้จะมีการเปิดอย่างเป็นทางการแล้วแต่ก็ยังต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอยู่ตลอดเวลา ในที่สุดจากที่มีการรวบรวมศิลปะแนววิทยาศาสตร์เอาไว้ก็จำเป็นตอ้งเอาออกไป เหลือเพียงแค่ศิลปะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

       นอกจากนี้  V&A- Victoria and Albert Museeum ยังได้มีการสร้างแกลอรี่เพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งแกลอรี่นี้เอาไว้ในการจัดนิทรรศการแสดงผลงานด้านศิลปะโดยเฉพาะ ซึ่งนับตั้งแต่มีการปรับปรุงมาเรื่อยเรื่อยทำให้ที่นี่ได้รับการยอมรับมายิ่งขึ้น ผู้ที่ชื่นชอบผลงานด้านศิลปะเริ่มเดินทางมาเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้กันเยอะขึ้น จนปัจจุบันนี้ที่นี่จึงกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ปีละหลายหมื่นคน และเป็นสถานที่ทอ่งเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งที่น่าสนใจของประเทศอังกฤษนั่นเอง 

     ปัจจุบันศิลปะที่มีการจัดแสดงเอาไว้ที่   V&A- Victoria and Albert Museeum แห่งนี้จะมีมากมาย และหลายประเทศหลายเชื้อชาติ มีทั้งพระพุทธรูปของไทยในสมัยโบราณ หรือแม้แต่พวกเครื่องเรือนและเครื่องจักรสานของไทยที่ใช้กันแพร่หลายในยุคโบราณก็มี นอกจากนี้ยงมีชุดเครื่องเงินของประเทศพม่า รวมถึงผลงานของศิลปินระดับโลก อย่าง ลีโอนาร์โด ดาวินซี  ที่มีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ต่างต่างเอาไว้ เป็นต้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท

อนาคตของโลกได้ถูกทำนายไว้ตั้งแต่แรกแล้วจาก คุณยาย บาวานกา

อนาคตของโลกได้ถูกทำนายไว้ ซึ่งเราอยกจะบอกว่าเหตุการณ์ต่างๆที่ คุณยาย บาวานกา เขาได้ทำนายเอาไว้มันไม่ได้จบแค่7,000กว่าเหตุการณ์ที่เขาได้ทำนายเอาไว้แต่มันยังได้มีเหตุการณ์ในปัจจุบันที่เขาทำนายถูกและเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาไม่นานนี้เอง

โดยหนึ่งในเหตุการณ์นั้นนั่นก็คือ9/11ที่ผ่านมาและเขาทำนายได้ตรงเหมือน “ นอสตราดามุส “ เลย มันก็มองได้หลายมุมเขาอาจจะเคยได้ยินหรือเขาอาจจะเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับ นอสตราดามุส มาหรือเปล่าหลายๆคนก็คิดมาเป็นเช่นนั้นแต่ คุณยาย บาวานกา เขาก็ได้ทำนายอนาคตหลังจากที่เขาได้เสียชีวิตไปด้วยและที่สำคัญคือเขาได้ทำนายวันตายเวลาตายได้ตรงอย่างน่าเหลือเชื่อมากเลย

นอกจากนี้หลังจากที่เราได้หาข้อมูลไปเรามีความรู้สึกว่าขนลุกอยู่พอสมควรเลยว่าเขาสามารถทำนายตัวเองได้อย่างไงแล้วก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถหาคำตอบได้ด้วยและหลังจากที่ คุณยาย บาวานกา เสียชีวิตในเวลาต่อมาก็ได้มีคนออกมาเปิดเผยว่าทางคุณยาย บาวานกาเขายังได้ทำนายอนาคตไว้อีกเยอะอยู่พอสมควรเลยถ้าเอาตามข้อมูลที่บันทึกไว้มีเหตุการณ์การทำนายเอาไว้ถึงปี ค.ศ.4674เลย

เนื่องจากนี้ถ้าหากว่าเอาสิ่งที่พึ่งจะผ่านมาสองเหตุการณ์ล่าสุดก็คือปี2016กับปี2018

สองเหตุการณ์ที่เขาได้ทำนายเอาไว้เอาจริงๆแล้วันตรงกับอย่างน่าตกใจเลยปี2018เขาได้บอกเอาไว้ว่าจีนจะเป็นมหาอำนาจของโลกแล้วก็กล้าพูดเลยในช่วงปี2ปีที่ผ่านมาปี2018 – 2019 จีนก็เป้นหนึ่งในมหาอำนาจของโลกไปแล้วโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยด้วยแล้วก็ยังมีคำทำนายอื่นๆอีกมากมายที่เขาได้ทำนายเอาไว้

โดยเริ่มต้นจากปี2025ที่เขาได้บอกว่าปี2025

จะไม่มีใครอยู่ในทวีปยุโรปเลยปี2028จะมีการสำรวจดาวศุกร์แล้วก็มีการพบแหล่งพลังงานทาเลือกปี2033น้ำแข็งทั่วโลกละลายจนหมดเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างฉับพลันปี2043เศรษฐกิจโลกจะดีขึ้นปี2046มนุษย์จะปลูกถ่ายอวัยวะเทียมได้ทุกชนิดและการรักษาเปลี่ยนอวัยวะดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก 

เพราะฉะนั้นในปี2100มนุษย์สร้างเทียมสำเร็จเป็นผลมาจากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่ที่ได้ทำการวิจัยกันมาตั้งแต่ในปี2008ปี2111มนุษย์จะกลายเป็นมนุษย์ครึ่งหุ่นยนต์ปี2125โดลได้รับสัญญาณการติดต่อจากอวกาศปี2130เกิดอารยธรรมใต้น้ำที่เป้นคำแนะนำจากมนุษย์ต่างดาวปี2164สัตว์ได้กลายมาเป็นสัตว์ครึ่งมนุษย์ปี2167ศาสนาใหม่ถือกำเนิดขึ้นปี2170ทั้งโลกได้เกิดภัยแร้งอย่างรุนแรงปี2183อาณานิคมบนดาวอังคารมีอาวุธนิวเคลียร์แล้วต้องการเอกราชจากโลก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ตำนานการสร้างเมืองหริภุญไชย 

       สำหรับเมือง  หริภุญไชย นั้นว่ากันว่าแต่เดิมนั้น ไม่ได้มีชื่อว่า เมืองเมือง  หริภุญไชย แต่ทีนี่เป็นเพียงแค่ชุมชนเพียงเท่านั้น  การสร้างเมืองหริภุญไชย ซึ่งชุมชนแห่งนี้มีอาณาเขตพื้นที่ติดกับลุ่มแม่น้ำปิง ที่นี่มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่ามาก ตำนานเล่าว่าตรงบริเวณลุ่มแม่น้ำปิงนั้น มีชุมชนน้อยใหญ่มากมาย  และหนี่งในนั้นก็คือ เมือง  หริภุญไชย  หรือว่าเมืองลำพูนในปัจจุบันนั่นเอง 

     ตามตำนานเล่าว่าก่อนที่สถานที่แห่งนี้จะถูกเรียกว่าเมืองหริภุญชัยนั้นแต่เดิมเป็นเพียงแค่ชุมชนชุมชนหนึ่งเท่านั้นต่อมาได้มีฤาษีตนหนึ่งซึ่งมีนามว่าวาสุเทพได้มีการมายังชุมชนแห่งนี้และได้สร้างเมืองขึ้นมาใหม่ หลังจากสร้างเมืองเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การสร้างเมืองหริภุญไชย ฤาษีวาสุเทพก็ได้มีการอัญเชิญพระนางจามเทวีซึ่งในขณะนั้นพระนางกำลังทำการปกครองบ้านเมืองอยู่ที่เมืองละโว้ให้มาช่วยปกครองเมืองที่ฤาษีวาสุเทพได้สร้างขึ้นมานั่นก็คือเมืองหริภุญชัยนี่เอง โดยเหตุการณ์ที่มีการอัญเชิญพระนางจามเทวีมาปกครองเมืองหริภุญไชยนั้นเกิดขึ้นชั่วคราวประมาณปีพุทธศักราช 1200  

              แน่นอนว่าหลังจากที่พระนางจามเทวีได้รับการทูลเชิญจากฤาษีวาสุเทพพระนางก็ได้มีการนำข้าทาสบริวารที่อยู่ภายใต้การดูแลของพระนางสมัยปกครองเมืองละโว้มาด้วยอีกทั้งยังมีการนำพระสงฆ์จากเมืองละโว้เดินทางมาที่เมืองหริภุญชัยนี้ด้วยซึ่งขั้นตอนการเดินทางมานั้นเนื่องจากว่าเมืองหริภุญชัยถูกสร้างขึ้นอยู่บริเวณริมแม่น้ำปิงดังนั้นจึงเดินทางจากเมืองละโว้มาที่เมืองหริภุญชัยผ่านทางน้ำนั่นเอง

           หลังจากที่พระนางจามเทวีได้ขึ้นครองราชย์และก่อตั้งเป็นเมืองหริภุญชัยพระนางเข้าเมืองหริภุญชัยเรื่อยมาและยังมีลูกหลานของพระนางที่สามารถปกครองบ้านเมืองหริภุญชัยให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบเรื่อยมามีการเผยแพร่วัฒนธรรมและสืบสานประเพณีต่างๆมาอย่างยาวนาน ภายใต้การดูแลและการปกครองของราชวงศ์ของพระนางจามเทวีสามารถปกครองเมืองหริภุญไชยได้นานถึง 600 ปีหลังจากนั้นช่วงประมาณปีพุทธศักราช 1824 เมืองหริภุญชัยก็ได้สูญเสียเอกราชให้แก่พระยามังรายซึ่งในขณะนั้นเมืองหริภุญชัยได้รับการปกครองในสมัยของพระเจ้ายาบ้า  และเมื่อกลายมาเป็นเมืองเอกราชของพระยามังรายดังนั้นเมืองหริภุญชัยจึงถือได้ว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนล้านนาแต่นั้นเป็นต้นมานั่นเอง   

       และนับตั้งแต่นั้นมาก็มีการบูรณะซ่อมแซมและฟื้นฟูเมืองหริภุญชัยมาเรื่อยๆภายใต้การปกครองของพระยากาวิละทำให้เมืองหริภุญชัยถูกมีการเปลี่ยนชื่อใหม่มาเป็นเมืองลำพูนและมีความเจริญรุ่งเรืองนับตั้งแต่นั้นสืบมา   สำหรับเมืองหริภุญชัยนั้นนับว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่และโบราณเป็นอย่างมากแต่ก็เป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    บาคาร่า sa gaming

การแบ่งแยกดินแดนของชาวยิว

โดยช่วงสงครามโลกครั้งที่2ที่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวกัน การแบ่งแยกดินแดนของชาวยิว ในยุโปรชาวยิวก็รู้สึกว่าดินแดนไหนจะปลอดภัยเท่าบ้านเราดังนั้นชาวยิวก็เลยย้ายกลับเข้ามากันมากมายเยอะแยะเลยและแล้วหลังสงครามโลกครั้งที่2จบไปแน่นอนแล้วว่าอยู่ดีๆก็มีคนมาย้ายถิ่นฐานกันเยอะขนาดนี้เข้ามาอยู่ในดินแดนที่คนกลุ่มใหญ่กลุ่มเดิมก็ไม่ได้อยากให้ย้ายเข้ามา

ปัญหากระทบกระทั่งมันก็เลยได้เกิดขึ้นแล้วก็เกิดขึ้นอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งวันนี้ถึงขนาดที่รุนแรงไปกระทบถึงอังกฤษถึงอะไรต่างๆด้วยสุดท้ายอังกฤษก็เลยบอกว่าเธอจะมีปัญหาอะไรกันเยอะแยะขนาดนี้ฉันแก้ปัญหาไม่ไหวแล้วเพราะว่าอังกฤษในตอนนี้พึ่งจะเกิดผลกระทบอะไรใหญ่มามากมายทำให้อินเดียที่เป็นอาณานนิคมใหญ่มากๆของอังกฤษหลุดไปจากอังกฤษได้เอกราชไป

ซึ่งอังกฤษบอบช้ำจากการเสียอนเดียก็เลยไม่มีเวลามาดูแลตรงนี้อังกฤษก็เลยบอกว่าจะถอนทหารออกจากบริเวณนี้แล้วเธอจะมีปัญหาอะไรก็ไปจัดการกันเอาเองก็แล้วกันพอเกิดปัญหานี้ในปี1947UNที่พึ่งตั้งขึ้นมาก็เลยรู้สึกว่าตรงนี้มันเป็นความขัดแย้งและฉันจะต้องเข้ามาเพื่อจัดการกับความขัดแย้งตรงนี้

โดยUNก็ไปหาวิธีแก้ปัญหาอะไรต่างๆมาสุดท้ายไปหามาได้บอกว่าเอาแบบนี้ไหมเรามาแบ่งดินแดนตรงนี้ไปเลย การแบ่งแยกดินแดนของชาวยิว ส่วนหนึ่งเป็นของปาเลสไตน์ส่วนหนึ่งเป็นของชาวยิวส่วนเยรูซาเลมให้ถือว่าเป็นเมืองกลางแล้วก็เซ็นสัญญากันไปว่าจะใช้เมืองศักดิ์สิทธิ์นี้ร่วมกันฟังดูดีในสายตาชาวโลก

เนื่องจากนี้ชาวปาเลสไตน์ก็รู้สึกว่าทำไมเราจะต้องแบ่งดินแดนตรงนี้ให้กับใครก็ไม่รู้ด้วยส่วนฝั่งชาวยิวก็รู้สึกว่านี่มันเป้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเราทำไมเราจะต้องแบ่งให้ปาเลสไตน์ด้วยและทำให้ข้อตกลงตรงนี้กลับไม่สำเร็จและแล้วในที่สุดในปี1948ปัญหาก็ได้ปะทุถึงขีดสุด

เมื่ออังกฤษบอกว่าเราจะถอนทหารมันได้เวลาแล้วหนึ่งวันก่อนที่จะถอนทหารฝั่งยิวก็ประกาศขึ้นมาเลยบอกว่าเราจะตั้งรัฐชาติยิวบริเวณนี้ชื่อว่าthe state of Israelแล้วทางฝั่งอิสราเอลที่พึ่งเกิดขึ้นมาก็ขีดแบ่งพื้นที่กันให้เสร็จแล้วแน่นอนแล้วว่าชาวปาเลสไตน์หรือว่าชาวอาหรับที่อยู่ตรงนั้นก็จะต้องไม่แฮปปี้มากๆทำไมอยู่ดีๆถึงมาขีดเส้นแบ่งกันแบบนี้

นอกจากนี้ปาเลสไตน์ไม่ได้อยู่ชาติเดียวเพราะว่าตอนนี้เขามาเป็นชาวอาหรับและก็ไม่ได้มีชาติเดียวดังนั้นชาติอาหรับมีทั้งหมดสี่ภาคได้แก่ อียิปต์ ซีเนีย ทรานส์จอร์แดน แล้วก็ อิรัก ก็เลยเดินขบวนกองทัพเข้าไปในดินแดนปาเลสไตน์ในปัจจุบัน

เพื่อหวังจะยึดพื้นที่คืนเป็นการเปิดฉากสงครามอาหรับกับอิสราเอลในปี1948จากการรบในครั้งนี้ต้องบอกเลยว่าUNหนุนทางฝั่งอิสราเอลในขนาดที่ชาติอาหรับเยอะมากๆหนุนฝั่งปาเลสไตน์

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ

เรือไททานิคคือเรือที่แข็งแรงที่สุดในยุคนั้น

ย้อนความกลับไปราวๆ110ปีเมื่อปี1908มีบริษัทหนึ่งได้สร้างเรือขึ้นมาอยู่สองลำที่มีชื่อว่า เรือโอลิมปิก กับ เรือไททาทนิค โดยเรือไททานิคเขาบอกว่าสร้างเสร็จอย่างเป็นทางการที่บันทึกเป็นข้อมูลเอาไว้ในปี1912และในเวลานั้นเรือไททานิคถูกขนานนามว่าเป็นเรือที่แข็งแกร่งที่สุดและไม่มีทางที่จะจมง่ายๆอย่างแน่นอน

ซึ่งหลังจากที่เรือไททานิคได้แล่นไปได้เพียงแค่4วันก็ได้เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมก็คือเรือไททานิคเกิดอุบัติเหตุได้ไปชนกับภูเขาน้ำแข็งยักษ์ที่เขาว่ากันว่ามีอายุราวๆ1,000ปีก่อน ค.ศ แล้วก็เกิดโศกนาฏกรรมที่มีผู้เสียชีวิตประมาณ1,500คนแล้วก็ได้ถูกพูดถึงกันมาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ในข้อมูลที่เราได้ไปหามาทั้งหมดเขายังไม่สามารถสรุปได้จริงๆว่าสรุปแล้วเรือไททานิคเขาจมเพราะอะไรอาจจะเกิดจากความบกพร่องของกัปตันหรือว่าอาจจะเกิดโครงสร้างของเรือที่มันไม่แข็งแรงโดยทางวิทยาศาสตร์และนักภูมิศาสตร์เขาก็จะต้องมองไปถึงเรื่องของอุปกรณ์มากกว่าตัวบุคคลก่อน

เพราะฉะนั้นแล้วเขาจึงได้มองไปที่ตัวเรือของไททานิคว่ามันเป็นเรือที่มีความแข็งแรงมากที่สุดในยุคนั้นคือทั้งเรืออัดแน่นไปด้วยหมุดเป็นร้อยๆอันหมื่นๆตัวไปทั่วลำเรือและมันแน่นหนามากๆและการที่เกิดการเฉียวชนจนเกิดเป็นแผลขนาดใหญ่และน้ำปริมาณทะลักเข้าสู่ตัวเรือได้มันเกิดจากอะไรก็เลยได้มีการพิสูจน์กัน

โดยเรือไททานิคได้ถูกค้นพบไปเมือ่ประมาณปี1985ก็คือจมน้ำมาประมาณ70ปีและหลังจากที่ได้ค้นพบเขาก็ได้มีการสำรวจเพิ่มเติมเพื่อที่จะนำภาพต่างๆที่ได้นำมาทั้งหมดมาทำการรวมเพื่อทำแบบจำลองหนึ่งขึ้นมาผลออกมาปรากฏว่าภาพที่ถูกบันทึกมาได้ทั้งหมดรวมถึงภาพจำลองที่เขาทำขึ้นมาได้มีจุดแปลกๆที่เขาค้นพบอยู่นั่นก็คือจุดที่แผ่นเหล็กใต้ท้องเรือมีการหลุดออกไปทั้งแผ่นเลยรวมถึงหมุดที่ยึดกับแผ่นก็หหลุดออกหมดเลยเช่นกัน

เนื่องจากนี้บางคนอาจจะงงว่าหมุดที่ยึดเอาไว้มันคืออะไรคือหมุดยึดเรือถ้าพูดให้เห็นภาพง่ายๆเหมือนว่าเราทำสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งขึ้นมาเราต้องเอาไม้ตรงนู้นตรงนี้มาต่อกันเราต้องใช้กาวหรือตระปูเพื่อเป็นตัวเชื่อมใช่ไหมโดยตัวตระปูหรือกาวมันก็เปรียบเสมือนหมุดยึดที่เราบอกในกรณีของการต่อเรือนั่นแหละ

ซึ่งเขาได้บอกว่าเขาได้ค้นพบจุดหนึ่งที่มีแผ่นเหล็กหมุดยึดกับตัวเรือหลุดออกมาทั้งแผงเลยขาก็เลยสันนิษฐานว่าตรงจุดนี้น่าจะเป็นจุดเกิดเหตุที่ทำให้เรือจมและน้ำทะลักเข้ามา

 

ขอขอบคุณที่ให้การสนับสนุนโดย.    ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

ตำนานเรื่อง เขาทะนาน จังหวัดสตูล

       วันนี้เราจะมาหาข้อมูลเกี่ยวกับตำนานการเกิดเขาทะนานซึ่งขณะนั้นมีพื้นที่อยู่ตรงบริเวณแถบทะเลชายฝั่งทะเลอันดามันช่วยเขาทะนานนั้นเป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดสตูลเลยทีเดียวซึ่งคนส่วนใหญ่แล้วจะไปที่เขาทะนานเพื่อฝึกปฏิบัติธรรมและนั่งสมาธิโดยผู้คนส่วนใหญ่ที่ไปที่เขาทะนานนั้นจะมีทั้งคนไทยและคนไทยมุสลิม

ซึ่งที่นั่นจะมีสำนักสงฆ์และมีสุเหร่าเอาไว้ให้ผู้คนนั้นไปปฏิบัติธรรมกัน สำหรับคำแนะนำของเขาทะนานให้มีการสืบต่อกันมาว่ามีครอบครัวหนึ่งมีฐานะยากจนซึ่งพ่อกับแม่นั้นอายุมากแล้วครอบครัวนี้มีลูกชายอยู่คนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กที่บุคลิกหน้าตาดีอยู่มาวันหนึ่งได้มีเรือสำเภาผ่านมาที่หมู่บ้านแห่งนี้เจ้าของเรือสำเภานั้นเป็นพ่อค้าชาวต่างชาติ

พอเห็นเด็กชายก็รู้สึกตกหลุมรักจริงอยากเอาไปเลี้ยงจึงได้ไปขอตากับยายว่าอยากจะเลี้ยงเด็กชายคนนี้เลยรับเป็นลูกบุญธรรมซึ่งตายายนั้นเห็นว่าบ้านตนเองนั้นยากจนส่วนพ่อค้านั้นก็มีฐานะร่ำรวยถ้าลูกชายของตนเองได้เป็นลูกบุญธรรมของพ่อค้าคนดังกล่าวก็น่าจะทำให้เด็กชายอยู่ดีกินดีซึ่งได้ตกลงตัดสินใจยกเด็กชายให้เป็นลูกบุญธรรมของพ่อค้า

ซึ่งพ่อค้าก็พาไปอยู่ด้วยและส่งเสียเลี้ยงดูอย่างดีจนเมื่อเติบใหญ่เด็กชายก็ได้กลายเป็นลูกเขยของพ่อค้าเนื่องจากว่าได้แต่งงานกับลูกสาวของพ่อค้านั้นเองแต่ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เด็กชายมาอยู่กับพ่อค้าเขาไม่เคยย้อนกลับไปหาพ่อแม่ของเขาอีกเลยซึ่งพ่อแม่ของเขานั้นคิดถึงมากจึงได้ส่งข่าวมาถึงเด็กชายผ่านทางพ่อค้าว่าอยากจะให้เดินทางมาเยี่ยมพ่อกับแม่บ้าง

ซึ่งทางฝ่ายภรรยาของเด็กชายนั้นก็อยากจะเจอพ่อสามีกับแม่ของสามีจึงได้ชักชวนให้สามีนั้นพาตนเองไปเยี่ยมทางด้านสามีนั้นไม่สามารถปฏิเสธได้จึงได้ตัดสินใจพาภรรยานั่งเรือสำเภามาเยี่ยมพ่อแม่ ทางฝ่ายด้านพ่อแม่นั้นพอรู้ว่าลูกจะมาเยี่ยมก็เทียบพัฒนาให้ชาวบ้านรู้กันทั่วพร้อมทั้งล้มวัวหรือล้มควายเอาไว้รอต้อนรับรู้ของตนเองแต่ในเมื่อลูกของตนเองมาถึงเห็นว่าพ่อแม่นั้นมีฐานะยากจนก็รู้สึกอายภรรยาจึงไม่ยอมรับว่านี่

คือพ่อแม่ของตนเองทางด้านแม่รู้สึกเสียใจกับการกระทำของลูกชายตนเองมากจึงได้ออกปากอธิษฐานว่าถ้าเด็กชายนั้นเป็นลูกของตนก็ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือไม่ให้ลูกชายของตนนั้นออกจากเกาะแห่งนี้ไปได้หรือไม่เช่นนั้นก็ขอให้ลูกชายของเธอนั้นมีอันเป็นไปซะเลยถึงแม้ว่าเธอจะแช่งลูกชายของเธอแบบนี้แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะวางหมูย่างที่เธอเตรียมมาให้ไว้บนเรือสำเภาให้กับลูกระหว่างที่เรือของลูกชายของเธอนั้น

ออกไปนอกทะเลปรากฏพายุลมแรงพัดให้เรือสำเภาที่แล่นอยู่กลางทะเลนั้นได้รับความเสียหายข้าวของกระจัดกระจาย รวมกันและเมื่อนานวันเข้าข้าวของเหล่านั้นก็กลายเป็นหินแข็งกลายเป็นหมู่เกาะซึ่งปัจจุบันชาวบ้านก็เรียกกันว่าภูเขาทะนานส่วนหมูย่างที่แม่เอาไว้ให้ลูกชายบนเรือกไก่เป็นเกาะสุกรและเมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปีได้มีพระสงฆ์รูปหนึ่งเดินทางมาที่เขาทะนานราย

ได้มาปฏิบัติธรรมที่นี่หลังจากนั้นก็มาสร้างสำนักสงฆ์ที่นี่ซึ่งปัจจุบันหากใครได้ไปที่เขาทะนานก็จะเห็นรูปปั้นของพระสงฆ์องค์แรกที่ถูกปั้นเอาไว้ให้ประชาชนได้กราบไหว้กัน

 

ขอขอบคุณ  sexybaccarat  ที่ให้การสนับสนุน

ประวัติของกีฬาฟุตซอล      

           คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักกีฬาฟุตบอลและนิยมเล่นกีฬาฟุตบอลกันมากแต่บางคนนั้นอาจจะยังไม่เคยรู้จักกีฬาฟุตซอลซึ่งกีฬาชนิดนี้นั้นเป็นกีฬาที่มีลักษณะการเล่นคล้ายคลึงกับกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมากเรียกได้ว่าไม่สามารถแยกออกได้เลยทีเดียวว่าเป็นกีฬาฟุตบอลหรือว่าเป็นกีฬาฟุตซอลแตกต่างกันแค่เพียงจำนวนของผู้เล่นในสนามเท่านั้นเอง

โดยกีฬาฟุตบอลนั้นจะมีผู้เล่นเป็นจำนวนมากโดยผู้เล่นแต่ละฝั่งนั้นก็จะมีฝั่งละ 11 คนในขณะที่กีฬาฟุตซอลนั้นจะลดจำนวนขนาดผู้เล่นลงมาเหลือเพียงแค่ฝั่งละ 5-6 คนเท่านั้นเองแน่นอนว่าการเล่นกีฬาฟุตซอลนั้นเกิดขึ้นมาหลังจากที่มีกีฬาฟุตบอลแล้ว

ด้วยเหตุผลของการมีกีฬาฟุตซอลขึ้นมาก็เพราะว่ากีฬาฟุตบอลนั้นจะต้องใช้พื้นที่สนามในการเล่นค่อนข้างกว้างและต้องเล่นกลางแจ้งจึงทำให้มีการคิดค้นกีฬาฟุตซอลขึ้นมาเพื่อลดจำนวนพื้นที่ของสนามลงและสามารถเล่นในพื้นที่ร่วมได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตามมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของประวัติกีฬาฟุตซอลว่าแต่เดิมกีฬาฟุตซอลนั้นเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปีพุทธศักราช 2398 โดยประเทศแรกที่มีการคิดค้นกีฬาฟุตซอลขึ้นมานั่นก็คือประเทศแคนาดาสาเหตุที่ทำให้ประเทศแคนาดานั้นมีการคิดค้นกีฬาชนิดนี้ขึ้นมา

ก็เพราะว่าปกติและประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่มีอากาศหนาวเย็นพวกเขามักจะหากีฬามาเล่นกันเสมอเสมอเพื่อให้ร่างกายนั้นมีความอบอุ่นแต่อย่างไรก็ตามปกติแล้วคนแคนาดานั้นนิยมในเรื่องของการเล่นกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมาก

แต่พอถึงช่วงของฤดูหนาวเมื่อไหร่อากาศที่แคนาดาจะหนาวมากจนถึงขนาดที่หิมะตกลงมาเป็นจำนวนมากทำให้นักกีฬาส่วนใหญ่แล้วไม่สามารถที่จะออกไปแข่งขันกีฬาฟุตบอลกันท่ามกลางหิมะได้พวกเขาจึงจำเป็นจะต้องหาวิธีการที่จะมีการเล่นกีฬาฟุตบอลแต่เล่นภายในร่มได้ดังนั้นกีฬาฟุตซอลจึงเป็นทางเลือกที่เขาตั้งขึ้นมานั่นก็เพราะว่าหากถึงฤดูหนาวมีหิมะตกลงมา

เมื่อไหร่พวกเขาก็สามารถที่จะไปเล่นกีฬาฟุตบอลโดยเล่นในที่ร่มแต่ด้วยข้อจำกัดของสถานที่ที่อยู่ในร่มนั้นพื้นที่จะไม่กว้างมากนักดังนั้นพวกเขาจึงคิดนอกขนาดกีฬาฟุตบอลลงมาให้มีผู้เล่นจำนวนน้อยลงและเปลี่ยนชื่อจากฟุตบอลไปมันเป็นผู้สาวนั่นเองอย่างไรก็ตามในครั้งแรกที่ประเทศแคนาดาได้มีการคิดค้นกีฬาฟุตซอลขึ้นมานั้นพวกเขายังใช้สนามครั้งแรกเป็นสนามของบาสเกตบอลมาใช้ในการเปลี่ยนเป็นสนามของฟุตซอล

แต่หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆซึ่งเมื่อถึงฤดูหนาวแล้วพวกมันเล่นฟุตซอลกันมากขึ้นทำให้มีหลายประเทศสนใจที่จะนำกีฬาฟุตซอลนั้นไปเล่นในประเทศของตนเองไม่ว่าจะเป็นประเทศดังแถบยุโรปหรือทางแถบอเมริกาใต้และปัจจุบันนี้ฟุตซอลก็เป็นกีฬาที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วยนั่นเอง

 

 

ขอขอบคุณ  ufabet เว็บตรง

ประวัติของขุนพันธ์

 

ประวัติของขุนพันธ์ พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตนายตำรวจชื่อดังของวงการตำรวจไทย และได้มีชื่อเสียงมากมายในการปราบปรามโจรมากมาย อย่างเสือใบ เสือฝ้าย หรือเสือมเหศวร และบรรดาเสือทั้งหลายที่ไม่ได้เอ่ยชื่อมา จนเป็นที่ยกย่องของคนทั่วไปและได้ตั้งฉายาให้แก่ขุนพันธ์มากมายเช่นกัน อย่างจอมขมังเวทย์ นายพลตำรวจหนังเหนียวผู้จับเสือมือเปล่า และขุนพันธ์ดาบแดง อัศวินพริกขี้หนู เป็นต้น

ประวัติของขุนพันธ์

ขุนพันธ์เป็นคนชาวนครศรีธรรมราช ในวัยเด็กขุนพันธ์เรียนเก่งมากชอบในวิชาเลขแลมีความรู้ด้านหนังสือเป็นทุนอยู่แล้วเมื่อเข้าเรียนตอนประถม1 ได้เพียงวันเดียวก็ได้เลื่อนชั้นไปประถม2 และได้เรียนประถม2ได้เพียงวันเดียวก็ได้เลื่อนชั้นไปอยู่ชั้นประถม3เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเข้าเรียนได้3วันได้เลื่อนชั้นไปอยู่ชั้นประถม3ได้เลย และเมื่อเรียนได้ถึงชั้นมัธยมก็ได้ป่วยต้องหยุดรักษาตัวเป็นเวลาปีกว่า จึงกลับมาเรียนต่อที่กรุงเทพ และเมื่อได้เข้าเรียนในกรุงเทพแล้วก็ได้เรียนวิชายิมนาสติก วิชามวยและยูโด จนมีความชำนาญในเชิงมวย และได้เข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยห้วยจระเข้ในจังหวัดนครปฐม และยังได้รับพระราชทานให้ใช้ราชทินนามเป็นคนสุดท้ายของประเทศไทย และขุนพันธ์ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา ในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ประวัติการทำงาน

เมื่อขุนพันธ์เรียนจบได้เป็นได้รับตำแหน่งนักเรียนทำการนายร้อยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลาได้เพียง6เดือนก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นว่าที่ร้อยตรี และได้ย้ายมาประจำจังหวัดพัทลุงและได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ตัวเองด้วยการจับเสือที่มีชื่อเสียงอย่างเสือพุ่มและเสือสังได้ และได้รับการเลื่อนยศเป็นนายร้อยตำรวจตรีและบรรดาลูกน้องก็ได้เลื่อนยศกันทั่วหน้า และหลังจากนั้นอีกหนึ่งปีท่านก็ได้ทำการปราบปรามพวกเสือทอง เสือย้อย เสือเมืองและได้รับพระราชทานยศให้เป็นขุนพันธรักษ์ราชเดช และในปีนี้ท่านได้ทำการบวชได้หนึ่งพรรษาจึงสึกออกมาและได้ย้ายกลับมาประจำจังหวัดสงขลาตามเดิม

และท่านก็ได้ถูกย้ายมาประจำหลายจังหวัดเพื่อปราบปรามโจรร้ายจนเป็นที่เกรงขามเหล่าโจรทั่วไปบางรายถึงกับมาติดสินบนแต่ท่านก็ไม่สนใจยังคงตามจับปกติเหมือนเดิมแม้นเงินรางวัลมีมูลค่าถึงสองหมื่นบาท และได้ถูกย้ายมาประจำที่จังหวัดกำแพงเพชรและได้ทำการปรับปรุงการจับผู้ร้ายในเมืองนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจนจับเสือร้ายต่างๆได้ขึ้นมาอีกอย่างเช่นเสือวันและเสือไกร ทำให้ชื่อเสียงของท่านดังกระฉ่อนไปทั่ว

ประวัติการทำงานของขุนพันธ์เป็นที่เรื่องลือจนมีคนนำมาทำภาพยนตร์ ถ่ายทอดประวัติการทำงานของท่านลงบนแผ่นฟิล์ม เพื่อให้ชนรุ่นหลังให้เห็นสืบต่อกันมา

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  บาคาร่า sa gaming

สายพันธุ์ของไก่ชน

สายพันธุ์ของไก่ชน ไก่ชนเป็นสัตว์ที่มีความผูกพันกับคนมานาน และมีที่มาจากคนจีนได้นำไก่ป่ามาเลี้ยงเป็นอาหาร และการนำไก่ชนนี้มาเลี้ยงจึงได้เห็นว่าไก่ชนมีนิสัยหวงถิ่นที่อยู่ ไก่ตัวอื่นจะเข้ารุกล้ำมาไม่ได้ หรือแม้แต่มีตัวผู้มาชอบตัวเมียตัวเดียวกันก็จะเกิดการต่อสู้ ให้รู้แพ้รู้ชนะกันไปข้างหนึ่ง และได้มีผู้มองเห็นในเรื่องนี้จึงได้จับไก่มาตีและมีการเดิมพันเกิดขึ้น จึงเกิดการนำไก่ป่ามาเลี้ยงและได้พัฒนาสายพันธุ์กันมาเรื่อยๆ และถือได้ว่าการชนไก่เป็นกีฬาชนิดที่มีผู้คนนิยมกันทั่วโลก การชนไก่เป็นกีฬาที่มีมานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

สายพันธุ์ของไก่ชน

สายพันธุ์ของไก่ชน

ไก่เหลืองหางขาว (สายพันธุ์ไทย) (ไก่ของพระองค์ดำ หรือไก่เจ้า) ลักษณะ ของไก่ชนิดนี้หัวต้องมีจุดสีขาวและตรงปากก็ต้องสีขาว และหัวปีกทั้งสองข้างก็ต้องมีสีขาว ตรงระหว่างขาทั้งสองข้างก็มีจุดขาว รวมหางก็ต้องมีสีขาว และโบราญได้เชื่อใครที่ได้ครอบครองไก่ที่มีลักษณะเช่นนี้ถือว่าไก่จะให้โชคแก่เจ้าของ

ไก่เหล่าป่าก๋อย (สายพันธุ์พม่า) ลักษณะ ของไก่ชนิดนี้หางขาว ต้องมีกระแซมตามหัวและส่วนต่างของตัวไก่ ถ้าจะให้ดีควรมีจุดขาว 5ตำแหน่งที่หัว 1จุด หัวปีก 2จุดและข้อขา 2จุดหรือเรียกตำแหน่งทั้ง 5 ว่า ห้าพระองค์

ไก่ไซ่ง่อน (สายพันธุ์เวียดนาม) ลักษณะ ไก่ไซ่ง่อนนี้จะมีรูปร่างใหญ่โต หน้าตาดุ แววตาน่ากลัว หนังหนาและมีสีแดงจัด ส่วนปากจะหนาใหญ่ยาว ขนตามลำตัวไม่ค่อยมี ซึ่งตรงนี้จะเป็นลักษณะเด่นของไก่ไซ่ง่อนตรงช่วงคอจะไม่มีขนเลย จะเห็นเป็นหนังสีแดงจัด สีขนก็จะมีหลายสี อย่างสีปีกแมลงสาบ สีด่าง สีเทา สีแดงและสีเขียว

ไก่เยียร์ (สายพันธุ์ไต้หวัน) ไก่เยียร์เป็นไก่ลูกผสมพม่ากับไต้หวัน ลักษณะของไก่ชนิดนี้ จะมีสีแดง สีเขียวและสีเทา บริเวณแข้งจะเป็นเกล็ดมีกำไรทั้งหมด

ไก่ชนแต่ละประเพศ มีลักษณะและคุณสมบัติ ความสวยความงามแตกต่างกันไป รวมถึงการเลี้ยงดูของผู้เลี้ยงเอง ที่ต้องการให้ไก่ของตนนั้นมีสุขภาพดี แข็งแรง เมื่อนำไปตีแล้วต้องการที่คว้าชัยชนะกลับมา ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ดูแลเองแล้วว่า จะดูแลไก่ของท่านดีหรือยัง ที่กล่าวมานี้อาจจะนำมาเสนอไม่ครบทุกสายพันธุ์ของไก่ชน

ขอบคุณเรื่องที่ดีเหล่านี้โดย  บาคาร่า