ตำนานพระพุทธรูปกินเณร

              ชาวพุทธทั่วไป ต่างก็มีความเชื่อกันว่าพระพุทธรูปคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งที่จะคอยปกป้องมนุษย์ให้ห่างไกลจากภยันอันตรายและสิ่งที่ไม่ดีทั้งปวง  ใครก็ตามที่เดินทางไปกราบไหว้พระพุทธรูปต่างก็มีความหวังว่าพระพุทธรูปจะช่วยดลบันดาลให้ความหวังของตนเองนั้นเป็นจริงและยังช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปจากชีวิตของตนเอง   

          แต่ในอดีตก็มีตำนานเกี่ยวกับพระพุทธรูปซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่น่ากลัวโดยตำนานนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์ชาวบ้านได้เล่ากันว่าที่จังหวัดนครสวรรค์มีวัดแห่งหนึ่งซึ่งถูกปล่อยให้กลายเป็นวัดร้างมานานหลายสิบปี ซึ่งชื่อวัดดังกล่าวนั้นชื่อว่าวัดวรนาถบรรพตหรือปัจจุบันชาวบ้านมารู้จักกันดีในนามของวัดกบนั่นเอง ว่ากันว่าวัดแห่งนี้นั้นสร้างขึ้นมาโดยพยาบาลเมืองเพื่ออุทิศให้แด่พญารามซึ่งเป็นผู้น้องซึ่งน้องของท่านนั้นได้ถูกปลดที่ไปในช่วงของการทำสงคราม ต่อมาวัดแห่งนี้ได้ถูกทิ้งให้กลายเป็นวัดร้างแล้วก็ไม่มีใครอยู่เลยและต่อมาหลวงพ่อทอง 

              ซึ่งเป็นพระที่เน้นเรื่องของการวิปัสสนากรรมฐาน  ได้เดินทางมาจากจังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อมาธุดงค์ที่วัดดังกล่าวเมื่อท่านเดินทางมาถึงวัดแห่งนี้เป็นวัดร้างโดยมีโบสถ์เล็กๆตั้งอยู่ใกล้กับเจดีย์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างในสมัยสุโขทัย ว่าจะอยู่ด้านในของอุโบสถในวัดร้างแห่งนี้มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่เท่ากับคนจริงๆประดิษฐานอยู่ด้านใน หลวงพ่อทองนั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้มีชาวบ้านผ่านมาเห็นจึงได้ชักชวนกันมาทำบุญกับหลวงพ่อทองหลังจากนั้นก็ออกปากให้หลวงพ่อทองนั้นมาเป็นเจ้าอาวาสอยู่ให้วัดแห่งนี้เพื่อที่จะได้มีการบูรณะซ่อมแซมวัดจากวัดร้างให้แกเป็นวัดที่ประชาชนสามารถมาทำบุญได้ซึ่งหลวงพ่อทองก็ตอบตกลง หลังจากนั้นก็มีคนมาขอบวชทั้งพระและเณรเป็นจำนวนมาก แต่วันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นที่วัด 

             เมื่อเณรในวัดหลายคนหายตัวไป ตอนแรกหลวงพ่อทองคิดว่าเณรที่หายไปแอบหนีกลับไปบ้านแต่เนื่องจากว่ามีจำนวนเณรหายไปจากวัดทุกวันจนทำให้เจ้าอาวาสเกิดความรู้สึกไม่พอใจจึงได้มีการเรียกผู้ปกครองของเณรทุกคนมารวมตัวกันที่วัดเพื่อพูดคุยเรื่องของการที่เณรหนีกลับบ้านจนในที่สุดก็รู้ความจริงว่าเณรที่หายไปจากวัดนั้นไม่เคยมีใครกลับไปที่บ้านเลยหลวงพ่อทองจึงได้เริ่มต้นหาสาเหตุของการหายตัวไปของเณร จนมีคนทำความสะอาดวัดได้มาบอกกับหลวงพ่อทองว่าระหว่างที่เขาทำความสะอาดโบสถ์เก่าๆที่อยู่ข้างเจดีย์สุโขทัยนั้นพบว่ามีจีวรขาดติดอยู่ตรงบริเวณปากของพระพุทธรูป และเขายังบอกอีกด้วยว่าเมื่อเขานำจีวรที่ขาดออกจากปากพระพุทธรูปแล้ว

            แต่ปรากฏว่าวันต่อมาก็จะมีจีวรที่ขาดติดอยู่ที่ปากพระพุทธรูปอยู่เหมือนเดิมเป็นแบบนี้ทุกวันที่สำคัญเขาสังเกตเห็นแล้วว่าพระพุทธรูปนั้นมีขนาดตัวที่ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม จะมีอยู่มาวันหนึ่งต้องการคนทำความสะอาดในวิ่งมาบอกหลวงพ่อทองว่าพระพุทธรูปจากที่ยืนตอนนี้มีขนาดใหญ่มากและลักษณะขององค์พระพุทธรูปเปลี่ยนจากการยืนมาเป็นการนอนโดยมีมือข้างหนึ่งค้ำศีรษะเอาไว้ซึ่งเมื่อหลวงพ่อทองเดินทางมาเห็นก็พบจริงดังว่าแถมที่บริเวณปากของพระพุทธรูปยังมีร่องรอยเลือดและมีจีวรค่ะติดอยู่หลังจากนั้นหลวงพ่อทองจึงได้สั่งให้คนงานนำเหล็กมาอ๊อกขังพระพุทธรูปเอาไว้และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ไม่เคยมีปัญหาเณรหายออกจากวัดอีกเลย

 

สนับสนุนโดย    sagame