ประวัติของขุนพันธ์

 

ประวัติของขุนพันธ์ พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตนายตำรวจชื่อดังของวงการตำรวจไทย และได้มีชื่อเสียงมากมายในการปราบปรามโจรมากมาย อย่างเสือใบ เสือฝ้าย หรือเสือมเหศวร และบรรดาเสือทั้งหลายที่ไม่ได้เอ่ยชื่อมา จนเป็นที่ยกย่องของคนทั่วไปและได้ตั้งฉายาให้แก่ขุนพันธ์มากมายเช่นกัน อย่างจอมขมังเวทย์ นายพลตำรวจหนังเหนียวผู้จับเสือมือเปล่า และขุนพันธ์ดาบแดง อัศวินพริกขี้หนู เป็นต้น

ประวัติของขุนพันธ์

ขุนพันธ์เป็นคนชาวนครศรีธรรมราช ในวัยเด็กขุนพันธ์เรียนเก่งมากชอบในวิชาเลขแลมีความรู้ด้านหนังสือเป็นทุนอยู่แล้วเมื่อเข้าเรียนตอนประถม1 ได้เพียงวันเดียวก็ได้เลื่อนชั้นไปประถม2 และได้เรียนประถม2ได้เพียงวันเดียวก็ได้เลื่อนชั้นไปอยู่ชั้นประถม3เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเข้าเรียนได้3วันได้เลื่อนชั้นไปอยู่ชั้นประถม3ได้เลย และเมื่อเรียนได้ถึงชั้นมัธยมก็ได้ป่วยต้องหยุดรักษาตัวเป็นเวลาปีกว่า จึงกลับมาเรียนต่อที่กรุงเทพ และเมื่อได้เข้าเรียนในกรุงเทพแล้วก็ได้เรียนวิชายิมนาสติก วิชามวยและยูโด จนมีความชำนาญในเชิงมวย และได้เข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยห้วยจระเข้ในจังหวัดนครปฐม และยังได้รับพระราชทานให้ใช้ราชทินนามเป็นคนสุดท้ายของประเทศไทย และขุนพันธ์ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา ในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ประวัติการทำงาน

เมื่อขุนพันธ์เรียนจบได้เป็นได้รับตำแหน่งนักเรียนทำการนายร้อยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลาได้เพียง6เดือนก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นว่าที่ร้อยตรี และได้ย้ายมาประจำจังหวัดพัทลุงและได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ตัวเองด้วยการจับเสือที่มีชื่อเสียงอย่างเสือพุ่มและเสือสังได้ และได้รับการเลื่อนยศเป็นนายร้อยตำรวจตรีและบรรดาลูกน้องก็ได้เลื่อนยศกันทั่วหน้า และหลังจากนั้นอีกหนึ่งปีท่านก็ได้ทำการปราบปรามพวกเสือทอง เสือย้อย เสือเมืองและได้รับพระราชทานยศให้เป็นขุนพันธรักษ์ราชเดช และในปีนี้ท่านได้ทำการบวชได้หนึ่งพรรษาจึงสึกออกมาและได้ย้ายกลับมาประจำจังหวัดสงขลาตามเดิม

และท่านก็ได้ถูกย้ายมาประจำหลายจังหวัดเพื่อปราบปรามโจรร้ายจนเป็นที่เกรงขามเหล่าโจรทั่วไปบางรายถึงกับมาติดสินบนแต่ท่านก็ไม่สนใจยังคงตามจับปกติเหมือนเดิมแม้นเงินรางวัลมีมูลค่าถึงสองหมื่นบาท และได้ถูกย้ายมาประจำที่จังหวัดกำแพงเพชรและได้ทำการปรับปรุงการจับผู้ร้ายในเมืองนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจนจับเสือร้ายต่างๆได้ขึ้นมาอีกอย่างเช่นเสือวันและเสือไกร ทำให้ชื่อเสียงของท่านดังกระฉ่อนไปทั่ว

ประวัติการทำงานของขุนพันธ์เป็นที่เรื่องลือจนมีคนนำมาทำภาพยนตร์ ถ่ายทอดประวัติการทำงานของท่านลงบนแผ่นฟิล์ม เพื่อให้ชนรุ่นหลังให้เห็นสืบต่อกันมา

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  บาคาร่า sa gaming

สายพันธุ์ของไก่ชน

สายพันธุ์ของไก่ชน ไก่ชนเป็นสัตว์ที่มีความผูกพันกับคนมานาน และมีที่มาจากคนจีนได้นำไก่ป่ามาเลี้ยงเป็นอาหาร และการนำไก่ชนนี้มาเลี้ยงจึงได้เห็นว่าไก่ชนมีนิสัยหวงถิ่นที่อยู่ ไก่ตัวอื่นจะเข้ารุกล้ำมาไม่ได้ หรือแม้แต่มีตัวผู้มาชอบตัวเมียตัวเดียวกันก็จะเกิดการต่อสู้ ให้รู้แพ้รู้ชนะกันไปข้างหนึ่ง และได้มีผู้มองเห็นในเรื่องนี้จึงได้จับไก่มาตีและมีการเดิมพันเกิดขึ้น จึงเกิดการนำไก่ป่ามาเลี้ยงและได้พัฒนาสายพันธุ์กันมาเรื่อยๆ และถือได้ว่าการชนไก่เป็นกีฬาชนิดที่มีผู้คนนิยมกันทั่วโลก การชนไก่เป็นกีฬาที่มีมานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

สายพันธุ์ของไก่ชน

สายพันธุ์ของไก่ชน

ไก่เหลืองหางขาว (สายพันธุ์ไทย) (ไก่ของพระองค์ดำ หรือไก่เจ้า) ลักษณะ ของไก่ชนิดนี้หัวต้องมีจุดสีขาวและตรงปากก็ต้องสีขาว และหัวปีกทั้งสองข้างก็ต้องมีสีขาว ตรงระหว่างขาทั้งสองข้างก็มีจุดขาว รวมหางก็ต้องมีสีขาว และโบราญได้เชื่อใครที่ได้ครอบครองไก่ที่มีลักษณะเช่นนี้ถือว่าไก่จะให้โชคแก่เจ้าของ

ไก่เหล่าป่าก๋อย (สายพันธุ์พม่า) ลักษณะ ของไก่ชนิดนี้หางขาว ต้องมีกระแซมตามหัวและส่วนต่างของตัวไก่ ถ้าจะให้ดีควรมีจุดขาว 5ตำแหน่งที่หัว 1จุด หัวปีก 2จุดและข้อขา 2จุดหรือเรียกตำแหน่งทั้ง 5 ว่า ห้าพระองค์

ไก่ไซ่ง่อน (สายพันธุ์เวียดนาม) ลักษณะ ไก่ไซ่ง่อนนี้จะมีรูปร่างใหญ่โต หน้าตาดุ แววตาน่ากลัว หนังหนาและมีสีแดงจัด ส่วนปากจะหนาใหญ่ยาว ขนตามลำตัวไม่ค่อยมี ซึ่งตรงนี้จะเป็นลักษณะเด่นของไก่ไซ่ง่อนตรงช่วงคอจะไม่มีขนเลย จะเห็นเป็นหนังสีแดงจัด สีขนก็จะมีหลายสี อย่างสีปีกแมลงสาบ สีด่าง สีเทา สีแดงและสีเขียว

ไก่เยียร์ (สายพันธุ์ไต้หวัน) ไก่เยียร์เป็นไก่ลูกผสมพม่ากับไต้หวัน ลักษณะของไก่ชนิดนี้ จะมีสีแดง สีเขียวและสีเทา บริเวณแข้งจะเป็นเกล็ดมีกำไรทั้งหมด

ไก่ชนแต่ละประเพศ มีลักษณะและคุณสมบัติ ความสวยความงามแตกต่างกันไป รวมถึงการเลี้ยงดูของผู้เลี้ยงเอง ที่ต้องการให้ไก่ของตนนั้นมีสุขภาพดี แข็งแรง เมื่อนำไปตีแล้วต้องการที่คว้าชัยชนะกลับมา ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ดูแลเองแล้วว่า จะดูแลไก่ของท่านดีหรือยัง ที่กล่าวมานี้อาจจะนำมาเสนอไม่ครบทุกสายพันธุ์ของไก่ชน

ขอบคุณเรื่องที่ดีเหล่านี้โดย  บาคาร่า

ความเป็นมาของศิลปะไทย

ความเป็นมาของศิลปะไทย คือการใช้ฝีมือของเราในการคิดสร้างสรรค์ผลงานที่น่าทึ่งขึ้นมาให้คนไทยเราหรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ชื่นชมความสวยงามของศิลปะไทยนี้ เราจะเห็นได้ว่าในประเทศไทยของเรานี้มีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะขึ้นมาอย่างมากมายตามสถานที่และความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ ให้เกิดความสวยงามและมีความแตกต่างกันไปในแต่ละภาคพื้นที่ที่มีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะขึ้นมา เพื่อที่เราจะสามารถดูความสวยงามและแตกต่างกันได้ในหลายๆพื้นที่ เพราะแต่ละสถานที่จะมีการสร้างสรรค์ผลงานเด่นออกประจำภาคนั้นๆ เพื่อให้รู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของแต่ละภาคพื้นที่ที่มีการสร้างผลงานขึ้นมา

ความเป็นมาของศิลปะไทย

ความเป็นมาของศิลปะไทย

ศิลปะของไทยนั้นได้เกิดขึ้นมานานจนแล้วมีวิวัฒนาการเกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆตามยุคสมัยนั้นและที่สำคัญจะมีเรื่องของวัฒนธรรมเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

โดยจะมีภาพวาดลายไทและมีการตกแต่งด้วยลวดลายไทย เพื่อให้ศิลปะของเราที่สร้างสรรค์ขึ้นมานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและการสร้างสรรค์ผลงานทุกชิ้นนั้นจะต้องมีการสอดแทรกวัฒนธรรมไทยของเราด้วย เพื่อให้เข้าใจความหมายของผลงานที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาได้อย่างมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โดยจะชอบสร้างผลงานจากฝาผนัง กำแพง หรือการสร้างแบบจิตกรรมไทยร่วมด้วย พวกเราจะสามารถเห็นศิลปะลายไทยได้ส่วนมากจะพบตามกำแพงหรือฝาผนังที่มีการสร้างลายไทยเอาไว้

การสืบสานศิลปะไทย

ทุกคนคงทราบดีว่าการสืบสานศิลปะวัฒนธรรมไทยนั้นเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเพราะว่าคนรุ่นหลังจะได้เห็นศิลปะที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ กำแพงวัดหรือสถานที่ต่างๆที่มีการวาดลวดลายไทยขึ้น ทำให้เกิดความน่าสนใจ ดึงดูดสายตาจาก

ผู้ที่เดินผ่านงานประติมากรรมสร้างสรรค์ลวดลายต่างๆ แม้กระทั่งชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเมื่อเห็นผลงานของคนไทยแล้วยังรู้สึกน่าสนใจและน่ามองเพราะการสร้างสรรค์แต่ละผลงานจะมีความแตกต่างกันและมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอีกด้วยให้คนไทยเรานั้นได้รู้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง เพราะงานประติกรรมสร้างสรรค์นั้นส่วนมากจะอิงมาจากวัฒนธรรมหรือเรื่องจริงที่เคยมีเหตุการณ์นั้นๆเกิดขึ้นมาแล้วได้ถ่ายทอดความรู้สึกให้แก่ผู้ได้ผ่านมาเห็นและต้องสะดุดตากับสิ่งที่เห็น ในปัจจุบันนี้เริ่มมีคนรุ่นหลังที่มีฝีมือหรือความสามารถในการวาดลวดลายไทยได้วิจิตรา เริ่มสร้างผลงานประติมากรรมตามที่ตนเองนั้นสนใจ การกระทำแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเหมือนเป็นการทำให้คนรุ่นหลังได้สืบทอดและถ่ายทอดศิลปะในความเป็นไทยของเรานั้น ให้คนรุ่นหลังที่จะเกิดขึ้นมาได้รู้ว่าประเทศไทยเรานั้นศิลปะวัฒนธรรมไทยรวมถึงงานประติมากรรมก็มีความสวยไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย

ขอบคุณผู้สนับสนุนโดย  RELX Alpha

ความเชื่อเรื่องปอบ

ความเชื่อเรื่องปอบ ปอบถือเป็นผีที่คนไทยนั้นค่อนข้างที่จะรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเรื่องราวของปอบได้ถูฏยกทำมาเป็นละครและภาพยนต์หลายต่อหลายเรื่องจึงทำให้ปอบเป็นเรื่องราวของผีที่ค่อนจะคุ้นเคยกับเราพอสมควร

ความเชื่อเรื่องปอบ

แต่ใครจะรู้บ้างว่าจุดเริ่มต้นของความเชื่อเรื่องปอบนั้นมาจากไหน แล้วปอบนั้นเกิดจากอะไร วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกัน

ปอบถือเป็นผีที่มีต้นกำเนิดมาจากแถวๆแถบทางอิสาน เนื่องจากบริเวณอื่นไม่ค่อยมีเรื่องราวของปอบเกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องราวของมันมักจะถูกพูดถึง และมีการเล่าขานกันในแถบนี้ซะส่วนใหญ่ ซึ่งมีการบอกเล่าจากคนโบร่ำโบราณว่า ปอบนั้นเกิดจากพวกที่เล่นของ หรือจำพวกเดรัจฉานวิชา แล้วเกิดดูแลรักษาไม่ดี จนทำให้ของที่เลี้ยงเอาไว้นั้นเข้าตัวจนกลายเป็นปอบ ซึ่งลักษณะของปอบที่เรารู้จักมักจะเป็นหญิงแก่

ที่มีท่าทางลึกลับไม่ค่อยกล้าสบตาคน เนื่องจากเขาว่ากันว่าปอบนั้นจะไม่มีแววตา จึงทำให้ปอบส่วนใหญ่ไม่ค่อยชื่นชอบที่จะพบปะผู้คน และมักเก็บตัวเองอยู่เงียบๆและอาศัยให้ห่างไกลจากผู้คน ซึ่งส่วนใหญ่ปอบนั้นจะกินพวกของเน่าเสีย หรือของคาว จำพวกเนื้อดิบ หรือเลือกสดๆ ซึ่งในสมัยก่อนการที่ผู้หญิงนั้นจะคลอดลูก เป็นเรื่องน่ากลัวมากสำหรับแม่และเด็กเพราะนอกจากจะต้องระวังปอบที่จะมาตามกลิ่นของน้ำคาวปลาและกินเลือดที่ยังติดเด็ก ก็ยังต้องคอยระวังผีอื่นๆอีก เช่น ผีกระสือ เป็นต้น

เพราะพวกผีเหล่านี้จะมักชื่นชอบของสรกปรกอยู่ สมัยก่อนการที่จะคลอดลูกแต่ล่ะทีถึงต้องทำการเตรียมตัวเรื่องของไล่ผีเป็นอย่างดี แน่นอนสำหรับใครหลายๆคนอาจจะกลัวการมีอยู่ของผีชนิดต่างๆ แต่ว่าผีปอบถือเป็นผีที่ค่อนข้างจะได้รับความนิยมพอสมควร

แม้ว่าเรื่องราวของผีปอบนั้นจะไม่สามารถพอสูจน์ได้แบบชัดเจน แต่ว่ามันถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อและวัฒนาธรรมที่อยู่คู่กับชาวอิสานมาอย่างยาวนาน แม้ว่าในปัจจุบันความเชื่อเรื่องปอบอาจจะถูกลหลั่นความน่ากลัวลงไปบ้างแล้ว เนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยน วิทยาศาสตร์ได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหา และอาการป่วยต่างๆ ที่คนในอดีตมักจะมองเป็นเรื่องที่ผิดแกติและเหนือธรรมชาติ อย่างเช่นอาการป่วยบางชนิดที่ในอดีตมักจะหาสามารถไม่ได้ เราในยุคนั้นก็จะมักโทษผีโทษสาง เพราะไม่รู้ว่าอาการเช่นนี้เกิดอะไร

แต่ว่าเรื่องราวของปอบนั้นก็ยังคงได้รับการพูดถึงและเล่าขานกันมาอย่างต่อเนื่อง และจะมีในหนึ่งเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านที่ตอนนั้นได้เกิดกระแส พระอุ้มหมาชีอุ้มแมว ซึ่งตอนนั้นเป็นกระแสที่โด่งดังมาก เพราะเมื่อตอนที่เรายังเป็นเด็กๆ ตอนเย็นถึงกับรีบเข้าบ้านอาบน้ำนอน เนื่องจากกลัว พระอุ้มหมาชีอุ้มแมวจะมากินตับ จนในภายหลังจึงได้รู้ว่า มันอาจจะเป็นเพียงกุศโลบายในหลอกให้เราเลิกเล่นแล้วรีบอาบน้ำนอนก่อนซะ เพราะไม่เช่นนั้นพระกับชีที่เป็นปอบจะมากิน ตับไตไส้พุง และเรื่องราวผีๆก็ถือว่าเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมประเพณีที่ไม่ว่าเมื่อไหร่มันก็มักได้รับการถูกพูดถึงเสมอมา

ขอบคุณ Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ  ที่ให้บทความดีๆมานำเสนอ

นาข้าวหมู่บ้านจาตีลูวีห์ที่มีความเป็นธรรมชาติ

นาข้าวหมู่บ้านจาตีลูวีห์ อินโดนีเซียเป็นหมู่เกาะที่มีหมู่เกาะมากกว่า10,000เกาะหนึ่งในนั้นก็คือภูเขาไฟแห่งหลีภูเขาไฟอากุงเป็นภูเขาไฟที่ลอยอยู่เหนือ3,000เมตรในทางตอนเหนือของบาหลีชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าแห่งไฟนั้นอาศัยอยู่มีลานนาข้าวที่ทอดยาวไกลออกไปจากเชิงเขา 

นาข้าวหมู่บ้านจาตีลูวีห์

เชื่อกันว่าในการเพาะปลูกข้าวได้เริ่มขึ้นที่เกาะแห่งนี้ในสมัยโบราณ

บรรพบุรุษของชาวนาบนเกาะบาหีในปัจจุบันได้ถางป่าและได้สร้างนาข้าวขั้นบรรไดเหล่งนี้ขึ้นมา  หมู่บ้านจาตีลูวีห์ เป็นสถานที่ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของบาหลีในภาษาบาหลีจาตีลูวีห์หมายถึงความมหจรรย์อย่างแท้จริงด้วยนาข้าวขั้นบรรไดมันจึงเป็นที่ที่เหมาะสมมากต้นไม้และพืชพันธุ์ได้ถูกถางออกไปและได้สร้างนาขั้นบรรไดเพื่อให้ดูมีความเป็นศิลปะภูมิทัศอันหน้าทึ่งนี้ดูราวเหมือนอย่างกับภาพวาดคนที่นี้ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการทำการเกษตรสำหรับในการปลูกและเก็บเกี่ยวข้าวยังคงใช้แรงงานมนุษย์

เนื่องจากบาหลีมีสภาพภูมิอากาศที่อบอุ่นอยู่สม่ำสมอข้าวสามารรถเก็บเกี่ยวได้3 2ครั่งต่อปีระยะในการปลูกและในระยะเวลาเก็บเกี่ยว ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละครัวเรือนนั้นมันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเก็บการเก็บเกี่ยวนาข้าวในแปรงเดียวในขณะที่นาข้าวในพื้นที่ไกล้เคียงพึ่งจะได้เริ่มเติบโตขึ้นและก็มีบางพื้นที่ที่กำลังเตรียมการเพาะปลูกบาหลียังคงเป็นสวรรค์

สำหรับสิ่งที่มีชีวิตหลากหลายชีวิตในบาหลีนั้นมีผีเสื้อที่หลากหลายชนิดผีเสื้อที่มีขนาดใหญ่เหล่านั้นมีชื่อว่า ผีเสื้อถุงทองป่าสูง พวกมันมีปีกที่กว้างกว่า10เซนติเมตรนาข้าวขั้นบรรไดลายรอบไปด้วยทิวทัศน์ที่กว้างใหญ่ของของพืชพันธุ์ธรรมชาติที่ได้สร้างความหลากหลายให้แก่สัตว์ป่าทุ่งนาที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นเหล่านี้

เป็นที่สิ้นชีวิตของมนุษย์นั้นได้เชื่อมต่อกับโลกธรรมชาติและได้สร้างความสามัคคีที่เป็นอันล้ำค่าไว้จากนั้นก็ได้มีช่างภาพคนหนึ่งชาวญี่ปุ่นก็ได้พบทุ่งข้าวแบบบาหลีเขานั้นก็ได้รู้สึกประหลาดใจกับความสวยงามของพวกมันเมื่อได้รับแรงบันดาใจจากสิ่งที่เขานั้นเห็นในบาหลี

เขาจึงออกหาถ่ายภาพหาความสำพันธ์ระหว่างธรรมชาติและคนและนั่นมันก็เป็นแค่เพียงภาพในบางส่วนของเขาในบาหลีอิมาโมริกได้พัฒนาความหลงไหลในศิลปะในการถ่ายภาพในความพยายามของมนุษย์ที่มีอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับทางธรรมชาติเดือนสิงหาคมเขาก็ได้เดินไปที่ทุ่งนาที่เกษตรกรบางคนพึ่งจะปลูกต้นข้าวเสร็จจากนั้นก็ได้มีนกตัวหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นมันคือนกกระเต็นนกเหล่านี้จะมีความยาว30เซ็นติเมตร

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50