ตํานานไทยผีบ้านผีเรือน 

     ตํานานไทยผีบ้านผีเรือน  ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของผีบ้านผีเรือนนั้นมีมาตั้งแต่นมนานซึ่งไม่รู้ว่ามีมานานแค่ไหนแล้วเพราะตั้งแต่จำความได้ก็ได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของผีบ้านผีเรือนนี้มาโดยตลอดจะมาเฉพาะช่วงหลังๆเท่านั้นที่ผู้คนต่างก็ลืมเลือนกันแต่สำหรับคนที่สูงอายุก็ยังคงมีการพูดถึงผีบ้านผีเรือนกันอยู่

  ซึ่งคนสมัยโบราณมักจะบอกว่าผีบ้านผีเรือนก็คือผีของปู่ย่าตายายที่เสียชีวิตไปแล้วแล้วกลับมาคุ้มครองลูกหลานที่อยู่ในบ้าน   แต่บางคนเชื่อก็บอกว่าที่บ้านนั้นก็คือผีประจำหมู่บ้านส่วนที่เหลือนั้นก็คือผีที่เฝ้าประจำอยู่ที่เรือน จึงได้มีการเรียกรวมกันว่าผีบ้านผีเรือน

ซึ่งหลายคนเชื่อกันว่าผีบ้านผีเรือนนั้นเป็นวิญญาณที่อยู่อาศัยในบ้านเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่จะคอยคุ้มครองลูกหลานอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวให้มีแต่ความสุข และเจ้าของบ้านที่อยู่อาศัยในบ้านหลังดังกล่าวหากมีงานบุญต่างๆก็ต้องทำบุญให้กับผีบ้านผีเรือนหรือโดยปกติแล้วคนในสมัยโบราณมักจะทำบุญให้กับผีบ้านผีเรือนในช่วงที่มีวันตรุษ  วันสารท   หรือแม้แต่ตรงกับวันเกิดของบรรพบุรุษ  มันเอาข้าวขึ้นยุ้ง  วันรับขวัญ

โดยมักจะมีการเตรียมอาหารทั้งอาหารคาว  อาหารหวาน  ที่บรรพบุรุษชอบมาถวาย ซึ่งพิธีกรรมเหล่านี้มีการทำต่อต่อกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณแล้วในปัจจุบันก็ยังมีการทำอยู่ยกเว้นคนหนุ่มคนสาวซึ่งส่วนใหญ่แล้วออกไปทำงานแต่เช้าแล้วกลับบ้านมามืดค่ำจึงได้เริ่มห่างหายจากการจัดกิจกรรมนี้ไปแต่ถ้าเกิดว่าบ้านไหนยังมีคนเฒ่าคนแก่อาศัยอยู่บรรดาคนเฒ่าคนแก่ก็ยังมีการจัดพิธีกรรมนี้ และความเชื่อว่าผีบ้านผีเรือนคอยปกปักรักษาคนในบ้านนั้นหากคนในบ้านมีนิสัยอันธพาลเกเรก็จะถูกผีบ้านผีเรือนสั่งสอน

     โดยตำนานความเชื่อเกี่ยวกับผีบ้านผีเรือนนั้นเป็นการมุ่งเน้นให้ลูกหลานระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษปู่ย่าตายายทั้งหลายซึ่งเป็นการสอนให้ลูกหลานได้มีการทำบุญทำทานโดยยึดการทำบุญไปถึงบรรพบุรุษที่ได้  ซึ่งการทำบุญให้กับผีบ้านผีเรือนนั้นสามารถถวายเป็นผลไม้อย่างเดียวหรือจะเป็นของคาวของหวานที่บรรพบุรุษชอบก็ได้เกี่ยวกับเรื่องของผีบ้านผีเรือนนั้นถ้าเป็นคนไทยก็จะเรียกผีบ้านผีเรือน

แต่ถ้าเป็นคนจีนก็จะหมายถึงการทำบุญให้กับบรรพบุรุษตนเองในช่วงเทศกาล เชงเม้งนั่นเอง ซึ่งคนจีนจะนิยมทำบุญให้กับบรรพบุรุษอยู่บ่อยๆสำหรับผีบ้านผีเรือนของไทยนั้นมีการเชื่อกันว่าจะเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่มักจะแต่งกายด้วยชุดขาวหรือกายด้วยชุดไทยจะวนเวียนคอยดูแลลูกหลานอยู่ภายในบริเวณบ้าน ซึ่งหลายคนเชื่อกันว่าหากเราไม่ดูแลผีบ้านผีเรือนให้ดี ตามความเชื่อโบราณจะเชื่อกันว่าจะทำให้เกิดคนล้มเจ็บป่วยได้ง่ายและถ้าหากบ้านไหนมีเด็กเล็กๆก็จะทำให้เด็กเล็กๆงอแง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง 

Art ใช้ filter ND แทน CPL ได้ หนึ่งในเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับกล้อง

หนึ่งในเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับกล้อง เรื่องนี้ต้องบอกกันเลยว่า ถ้าไม่ได้เป็นตากล้องมืออาชีพ ต้องมึนอย่างแน่นอน เพราะผมนั้นก็ไม่ใช่ตากล้องมืออาชีพหรอกนะ เพียงแต่ตอนที่อยากจะมีไว้ใช้บ้างแล้วเข้าไปหาข้อมูลศึกษา ต้องบอกเลยว่าหัวแทบแตก อะไรมันจะเยอะแยะมากมายชนาดนี้กัน คิดดูละกันว่าเว็ปเบลาว์เซอร์ถึงกับเปิดแทบเต็มด้านบนเลย

แล้วก็ยังต้องเซฟไว้อีก เพราะแม่งต้องลืมแน่ๆ มันเยอะมากจริงๆ ขนาดที่ว่าจำไม่ได้ในการศึกษาครั้งเดียวแน่นอน นั้นทำให้ข้อนี้เป็นอะไรที่ยากสักหน่อยที่จะทำความเข้าใจให้ครบถ้วน ขอย้ำนะครบถ้วน เพราะถ้าเอาเผินๆอ่ะ ไม่ยากหรอก แต่ถ้าเอาให้รู้จริงลึกๆในแต่ละแบบนะ หัวแตกพอดี เอาไว้เราเจอปัญหาในการถ่ายแล้วจำเป็นต้องหามาใช้ค่อยศึกษาก็ได้นะ

ก่อนอื่น เรามาแบ่งประเภทฟิวเตอร์เฉพาะที่มีสีดำก่อนดีกว่า ซึ่งจะแยกเป็นหลักๆคือแบบ ND และแบบ CPL ฟิวเตอร์ ND เอาไว้ทำอะไร มันเอาไว้ลดแสง มีหน้าที่เพียงแค่นั้น เหมือนกับเราแสบตา อยากจะใส่แว่นดำ แค่นั้นเอง มันไม่ได้มีความสามารถอะไรมากกว่านี้เข้ามาช่วยแล้ว มันแค่ลดแสงอย่างเดียว ซึ่งมันแบ่งแยกย่อยไปหลายแบบมากๆ เบสิคๆก็การแบ่งระดับความดำ ดำน้อย ND2 จนถึงดำมาก ND1000 ประมาณนี้แล

แล้วใช้ตอนไหน ส่วนมาแล้วใช้ตอนถ่ายน้ำตกเลย เพราะว่าเวลาที่แดดแรงๆแต่เราอยากถ่ายสปีดต่ำๆให้น้ำตกไหลเป็นเส้น กล้องมันลงไปอีกไม่ไหว ก็ต้องเอา ND มาช่วยนี่แหละ ต่อมาก็พวกที่เป็น Graduate เคยเห็นมันที่เหมือนกับมันไล่สีดำครึ่งใสครึ่ง ก็เพื่อเอาไว้ถ่ายแล้วท้องฟ้าไม่สว่างจ้าเกินไป เป็นการนำมาใช้ในการถ่ายวิวโดยเฉพาะ แบ้วก็ยังมีอีกหลายต่อหลายแบบ

ซึ่งก็เอาไว้ใช้เกี่ยวกับสภาพแสงที่มากเกินไปตามแบบต่างๆ แล้ว CPL ละ เอาไว้ทำอะไร  CPL จริงๆแล้วมันไม่ได้ต้องการให้เรามึดลงหรอก แต่มันจำเป็นต้องมึดลงเพราะการใส่เส้นหักเหแสงจำนวนมาก แต่เราไม่สามารถมองเห็นได้หรอกนะ ซึ่งเส้นหักเหแสงนี้มีหน้าที่ทำให้แสงสะท้อนหรือเงาแสงต่างๆหายไป ซึ่งจำเป็นต้องหมุนหน้า filter CPL เพื่อหามุมที่เงาจะหายไปด้วยนะ ไม่ใช่ใส่แล้วหายเลย ซึ่งเจ้า CPL ก็ยังมีอีกหลายแบบหลายเทคโนโลยีอีกด้วย เอาไว้ใช้กับการถ่ายอะไรก็ตามที่เราไม่ต้องการเงาสะท้อนยังไงล่ะ ถ่ายน้ำ ถ่ายกระจกเป็นต้น

ดังนั้น เข้าใจแล้วนะ ว่าหน้าที่มันไม่เหมือนกัน ถ้าจะมาพูดว่าใช้ ND แทน CPL ก็ต้องบอกเลยว่าไม่ได้ ND ไม่สามารถหักเหเงาได้ ส่วนจะพูดว่าใช้ CPL แทน ND ได้ อันนี้ก็ถือว่าได้นิดหน่อย ถ้าเพียงต้องการให้มืดลงแต่ไม่ได้พก ND มา