สิ่งที่หลงเหลือและสิ่งที่หายไปทั้งนั้นงานศิลปะ 

มนุษย์ มีความหลงใหลในสิ่งต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นรูปรสกลิ่นเสียง รวมถึงมีการบันทึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ว่ามนุษย์มีความต้องการในรูปแบบอื่นอีกมากมาย การเปลี่ยนแปลงทางสภาพสังคมหรือการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆเหล่านี้ทำให้มนุษย์มีการศึกษาเรื่องราวต่างๆอย่างชัดเจนว่าในทุกยุคทุกสมัยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการใช้ชีวิตหรือการพัฒนาโครงสร้างในการทํางานอย่างไรได้บ้าง

การเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆเหล่านี้ช่วยให้มนุษย์สามารถเข้าถึงความน่าสนใจของลูกและคนอื่นอีกมากมายอย่างไรก็ตามนี้จึงเป็นบทบาทที่สำคัญว่าในทุกยุคทุกสมัยลักษณะของงานศิลปะต่างๆได้ถูกผลิตออกมามากมายและถูกเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบ พัฒนาโครงสร้างและงานประติมากรรมงานภาพวาดภาพเขียน 1 อันที่แสดงออกถึงอารมณ์ต่างๆในความรู้สึกนะครับก็มีการใช้งานอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทำงานหรือการส่งต่อถึงรูปแบบในการใช้งานต่างๆเหล่านี้ช่วยให้มนุษย์มีการพัฒนาการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่พัฒนาได้ดีมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามนี่จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่บทบาทของมนุษย์ในการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆหรือโครงสร้างในการทำงานต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงได้มีการพัฒนาอย่างดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการสันนิษฐานว่ามนุษย์ในยุคก่อนนั้นหรือประมาณ 30000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของยุคแรกที่ค้นพบงานศิลปะในช่วงนั้นมนุษย์เริ่มมีการรู้จักการวาดรูประบายสีใส่ส่วนต่างๆไม่ว่าจะเป็นโขดหิน ฝ่ากำแพงต่างๆ

มีสะท้อนให้เห็นถึงว่ามนุษย์ต่างๆเริ่มมีการกระตุ้นในการทำงานประติมากรรมต่างๆ ในการแสดงออกมากมายหรือแม้จะใช้งานแกะสลักต่างๆซึ่งมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งที่ให้ผู้คนในยุคปัจจุบันได้มีการศึกษาเรื่องราวที่เกิดขึ้นหรือไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสิ่งเหล่านี้ถูกพัฒนาและถูกปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาเพราะผู้คนเริ่มรู้จักการใช้เครื่องไม้เครื่องมือหรือการพัฒนาโครงสร้างในการทำงานต่างๆ

และรูปแบบองค์ความรู้ต่างๆทางนี้ก็ถูกถ่ายทอดออกมาเช่นเดียวกัน เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการรับรู้เรื่องราวทางสังคมหรือแม้จะเป็นสิ่งการใช้งานต่างๆของผู้คนในยุค บทบาทของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆเหล่านี้ในยุคปัจจุบันก็มีบทบาทที่มากยิ่งขึ้น

นั่นเป็นเพราะว่าทำให้มนุษย์สามารถเข้าถึงรูปแบบงานต่างๆได้เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางความคิดหรือแม้จะเป็นลักษณะในการทำงานต่างๆ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบต่างๆเหล่านี้ช่วยให้งานศิลปะต่างๆมีการเติบโตและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันเราสามารถค้นหารูปแบบทางงานศิลปะต่างๆผ่านช่องทางต่างๆ

มีการคาดการณ์ว่างานต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นและมีการพัฒนาต่ออีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนำงานเก่ามาต่อยอดหรือแม้แต่จะเป็นผู้คนที่กำลังคิดค้นงานใหม่ๆที่ถูกถ่ายทอดมาถึงเรื่องราวต่างๆในการดำรงชีวิตและการพัฒนาโครงสร้างต่างๆในการดำเนินงาน 

 

 

สนับสนุนโดย    ufabet

ตำนานซาลาเปาไส้เนื้อคนที่ประเทศมาเก๊า 

            กล่าวถึงเรื่องราวของชายคนหนึ่งซึ่งเขาเป็นนักธุรกิจ อยู่ที่ประเทศมาเก๊า ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง   เขาชื่อว่า เจิ้งเฮอ  โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1960   โดยชายที่ชื่อว่า เจิ้งเฮอนี้เป็นพ่อค้าขายเนื้อ เขาเป็นคนดี รักครอบครัวรักลูกเมียมาก แต่เขามีข้อเสียก็คือ ทั้งตัวของเขาเองกับภรรยาของเขาติดการพนันหนักมาก

อยู่มาวันหนึ่ง เจิ้งเฮอได้ไปเล่นการพนันแล้วพบกับชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า อาหว่าง  ซึ่งชายคนนี้เป็นคนจีนที่หนีมาอยู่ประเทศมาเก๊าแบบผิดกฎหมาย  ส่วนข้อมูลส่วนตัวของอาหว่าง ที่ภายหลังตำรวจจับแล้วถึงรู้ว่า ตอนที่อาหว่างอยู่ประเทศจีนเขาเคยทำงานติดตามทวงหนี้และได้ฆ่าคนตาย เขาจึงได้หนีมาอยู่ที่มาเก๊าแทน และได้ลงทุน ทำลายรอยนิ้วมือของตัวเอง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถตามจับกุมตัวของเขาได้ 

            อย่างไรก็ตามทั้ง เจิ้งเฮอและอาหว่างได้มีการพนันกันด้วยวงเงินที่สูงมาก และเจิ้งเฮอก็เป็นฝ่ายแพ้ แต่เขาไม่สามารถหาเงินมาให้กับอาหว่างได้ เจิ้งเฮอจึงได้ขอเวลาอาหว่าง เป็นเวลา 1 ปีในการหาเงินมาใช้หนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งปีแล้ว เจิ้งเฮอก็ไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้อาหว่างได้ ซึ่งตัวอาหว่างเองก็ไม่พอใจ เขามาทวงหนี้เจิ้งเฮอถึงที่บ้านและได้จับลูกของ เจิ้งเฮอเป็นตัวประกัน ระหว่างนั้นเขาก็ให้ทุกคนในบ้านของเจิ้งเฮอผลัดการมัดมือของอีกคน

            ซึ่งในขณะนั้นสมาชิกในบ้านของเจิ้งเฮอมีอยู่ทั้งหมด 9 คนด้วยกัน แต่ระหว่างที่เจิ้งเฮอกับอาหว่างกำลังตกลงเรื่องการคืนเงินกันนั้นปรากฏว่าลูกของเจิ้งเฮอ ได้ร้องไห้เสียงดัง เพราะกลัวทำให้อาหว่างจำเป็นต้องฆ่าเด็กคนดังกล่าวเพราะกลัวเพื่อนบ้านได้ยิน หลังจากนั้นเขาก็ลงมือสังหารสมาชิกคนอื่นอื่นภายในบ้านทั้งหมด รวม 9 คน แต่ว่าอาหว่างรู้ว่ายังมีน้องสาวของ เจิ้งเฮออีกคน

ดังนั้นเมื่อน้องสาวของเจิ้งเฮอกลับมาบ้านเธอก็ถูกอาหว่างฆ่าตาย รวมมีคนตายทั้งหมด 10 คน หลังจากนั้น อาหว่างก็ทำลายศพด้วยกันหั่นศพ นำชิ้นส่วนต่างๆไปทิ้งตามทะเล ตามแม่น้ำและตามถึงขยะ  และนำเนื้อมาแช่เย็นเอาไว้ 

           สุดท้ายเขาก็ยึดบ้านและร้านอาหารของเจิ้งเฮอ และเปิดกิจการของตัวเอง ตั้งชื่อร้านอาหารใหม่เป็น ภัตคารโป้ยเซียน  ซึ่งภัตคารแห่งนี้มีรายได้เข้ามามากเพราะรสชาติของอาหารที่อร่อยอย่างมาก โดยเฉพาะซาลาเปา แต่หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าทีตำรวจก็พบชิ้นส่วนของมนุษย์ที่อาหว่างนำไปทิ้งตามสถานที่ต่างๆจึงนำมา

ซึ่งการหาตัวฆาตกร ในที่สุดก็รู้ว่าเป็นอาหว่างทำและเขายังสารภาพด้วยว่าเนื้อของคนตายนั้น เขาได้นำมาเป็นอาหารขายในภัตรคารของเขาและยังนำมาเป็นไส้ของซาลาเปาทีคนนิยมกินกันมาก และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งในตำนานของซาลาเปาเนื้อคน

 

สนับสนุนโดย    ufabet

ต้นกำเนิดกีฬาฟุตบอล

ต้นกำเนิดกีฬาฟุตบอล ลูกกลมๆ หนึ่งลูก เตะกันไปมา มีผู้เล่นข้างละสิบเอ็ดคน บนผืนสนามหญ้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า และมีผู้เข้าชมการแข่งขันนับล้านคน

กีฬาที่ว่านี้เรียกว่าอะไร………… 

คำตอบ ใช่เลยครับ มันคือกีฬาฟุตบอล

ซึ่งเป็นกีฬาที่คนทั่วโลกนิยมเล่นกัน ไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ และไม่มีการแบ่งสีผิว ไม่มีการแบ่งยศฐานะบรรดาศักดิ์ คนรวย หรือคนจน สามารถเล่นกันได้หมด แย่งชิงกันเพียงแค่ลูกกลมๆ ลูกเดียว ที่หวังจะเอามันเข้าไปอยู่ในประตูของฝั่งตรงข้าม

ด้วยกติกาเดียวกันทั่วโลกคือ ต้องใช้เท้า หรือหัว หรือลำตัวส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ยกเว้นเพียงแขนหรือมือ ที่กระแทกเจ้าลูกกลมๆ นี้เข้าไปซุกอยู่ในก้นตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม ในเวลาที่กำหนดคือ เก้าสิบนาที ตลอดการแข่งขัน

ซึ่งเคยมีใครสงสัยกันบ้างไหมว่า กีฬาประเภทนี้นั้นมีต้นกำเนิดมาจากไหน ประเทศอะไร และใครเป็นคนคิดค้นกีฬาที่ว่านี้ขึ้นมาจนมันกลายเป็นกีฬาที่เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งของคนทั่วโลก ซึ่งหากว่ากันตามที่คนทั่วโลกเล่าขานกันมานั้น มีอยู่สามประเทศที่ค่อนข้างจะเข้าข่ายกับการเป็นต้นกำเนิดกีฬาประเภทนี้ โดยประเทศแรกที่ทุกคนเข้าใจว่าคือต้นกำเนิดของกีฬาฟุตบอลนั่นก็คือประเทศบราซิล

โดยสาเหตุที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นประเทศบราซิลนั้น ก็เนื่องมาจากความสามารถและความเก่งกาจในกีฬาฟุตบอล ที่ถือว่าเป็นเต้ยของวงการฟุตบอลอย่างแท้จริง ด้วยผลงานระดับเทพที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมามายกว่าประเทศอื่นๆ ประกอบกับพรสวรรค์ของนักเตะจากประเทศนี้เรียกได้ว่า สิบคนที่เตะฟุตบอลแล้วนั้น

อย่างน้อยก็ต้องมีมากกว่าแปดคนที่เตะเก่งส่วนอีกสองคนนั้นเล่นฟุตบอลไม่เก่ง จึงทำให้ประเทศบราซิลกลายเป็นประเทศที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นต้นตำรับของจุดกำเนิดฟุตบอล แต่ในหลักฐานความเป็นจริงที่มีอยู่แล้วนั้นกลับไม่ใช่ประเทศบราซิล แต่จริงๆแล้วคือประเทศอังกฤษ กับประเทศอิตาลี ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่ามีการเล่นเจ้าลูกกลมๆนี้มาตั้งแต่สมัยก่อน

ซึ่งเรียกกันว่ากีฬาที่ชื่อว่า ซูเลอ ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็นฟุตบอลในเวลาต่อมา จึงทำให้เป็นที่ถกเถียงกันว่าประเทศไหนคือต้นกำเนิดฟุตบอลกันแน่ แต่สุดท้ายหลังจากที่มีการค้นคว้าและหาข้อมูลกันมานานนั้น ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีเป็นต้นกำเนิดกีฬาชนิดนี้นั่นก็คือ ประเทศอังกฤษ

เพราะประเทศนี้ได้มีการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลขึ้นเป็นประเทศแรกตั้งแต่ปี 2406 ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนให้เป็นฟุตบอลอาชีพในปี 2431 ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้รวมเป็นเวลาหนึ่งร้อยสามสิบสี่ปีแล้ว

 

สนับสนุนโดย   ufabet